่งกลับดังขึ้นด้านหลังของผู้อาวุโสห้า “เจ้าถามข้าหรือ?”
เมื่อทุกคนมองไป จึงได้เห็นลู่เฉินยืนอยู่ตรงนั้นพอดี ยิ่งไปกว่านั้น พลังปราณของต้นพืชรอบ ๆ ที่สูญเสียไป ได้เข้าสู่ร่างกายของเขา ทำให้ทั้งร่างของเขาเปล่งแสงหลากสีออกมา
สิ่งนี้ทำให้ทุกคนเริ่มหวาดกลัว
โดยเฉพาะผู้อาวุโสสิบที่เบิกตากว้าง “เขาซึมซับพืชพิษรอบ ๆ ได้จริง?”
ผู้อาวุโสสี่สงสัย “เขาไม่กลัวตายหรือ?”
“หรือว่า เขาไม่กลัวพิษพวกนี้?” ผู้อาวุโสเจ็ดถามต่อ
ผู้อาวุโสห้ากลับพุ่งตัวเดินออกไป พลางจ้องมองลู่เฉิน “เจ้า!”
“เมื่อครู่ ข้าได้พูดกับเจ้าแล้ว ถ้าหากเจ้าไม่ต้องการให้สิ่งที่เป็นดั่งชีวิตและจิตใจของเจ้าต้องกลายเป็นซาก ก็จงปล่อยข้าไป แต่เจ้ากลับไม่ฟัง ดังนั้นเจ้าจะมาโทษข้าไม่ได้!” ชายหนุ่มฉีกยิ้มพลางมองผู้อาวุโสห้า ราวกับเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับตน
ผู้อาวุโสห้าเป็นผู้ใช้พิษอันดับหนึ่งแห่งหุบเขาลึก แต่วันนี้กลับถูกขั้นหลอมแก่นแท้คนหนึ่งหลอก ดังนั้นนางจึงรู้สึกโกรธแค้น จ้องมองลู่เฉินด้วยความโมโห “วันนี้ ข้าจะทำให้เจ้ารู้ซึ้งถึงความน่ากลัวของข้า!”
จากนั้นบริเวณรอบ ๆ จึงเริ่มเกิดการสั่นไหว จากนั้นก็มีเกิดเถาวัลย์พิษโผล่ขึ้นมาจากพื้นดินมากมาย
เถาวัลย์พิษเหล่านี้เปล่งแสงสีเขียวและมีหนามออกมามากมาย ค่อย ๆ พันรัดลู่เฉินไว้ กลายเป็น ‘กรง’ ขนาดใหญ่ ที่ขังชายหนุ่มไว้ภายในนั้น
ผู้อาวุโสเจ็ดและคนอื่น ๆ ล้วนตกตะลึงกันไปหมด
โดยเฉพาะผู้อาวุโสสี่ที่