มือจึงปรากฏแส้เถาวัลย์ขนาดใหญ่ออกมา จากนั้นออกแรงสะบัดมัน แต่เมื่อโจมตีไปยังลู่เฉิน ชายหนุ่มก็กลายเป็นเพียงกระดาษไปเสียแล้ว และเมื่อปรากฏตัวอีกครั้ง กลับไปตกยังสถานที่อื่น
“ข้าอยู่ทางนี้” ลู่เฉินฉีกยิ้มพลางมองผู้อาวุโสห้า
ผู้อาวุโสห้ามีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ “เจ้า!”
ผู้อาวุโสเจ็ดและคนอื่น ๆ ต่างก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มหันไปพูดกับผู้อาวุโสห้า “ยังจะเข้ามาหรือไม่?”
ผู้อาวุโสห้าคิดจะเข้าไป แต่นางไม่มีวิธีใดแล้ว ดังนั้นจึงครุ่นคิดขึ้นว่า “ดูเหมือนว่าวันนี้ ข้าต้องเข้าไปภายในร่างของเจ้า ทำให้วิญญาณของเจ้าเป็นพิษซะ!”
เมื่อได้ยินว่าผู้อาวุโสห้าคิดจะเข้าไปภายในร่างของลู่เฉิน ผู้อาวุโสอีกสามคนก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป
โดยเฉพาะผู้อาวุโสเจ็ดที่ตะโกนไปยังลู่เฉิน “รีบหนีซะ!”
ทว่าสายเกินไปเสียแล้ว ผู้อาวุโสห้าได้กลายเป็นแสงสีเขียวพุ่งเข้าสู่ร่างกายของชายหนุ่มไปแล้ว
ผู้อาวุโสเจ็ดมองไปยังผู้อาวุโสอีกสองคน “ตอนนี้ควรทำอย่างไร?”
“พวกเราก็เข้าไปด้วย!” ผู้อาวุโสสี่พูดขึ้น
ผู้อาวุโสสิบเห็นด้วย “ใช่!”
ดังนั้นทั้งสามจึงใช้เคล็ดวิชาวิญญาณ ค่อย ๆ กลายเป็นแสงที่แตกต่างกัน คิดจะเข้าไปภายในร่างกายลู่เฉิน ใครจะรู้ว่าทั้งสามกลับไม่สามารถเข้าไปได้ และกระเด็นออกมากันทั้งหมด
ผู้อาวุโสเจ็ดตกตะลึง “เกิดอะไรขึ้น?”
ผู้อาวุโสสี่เองก็ยิ่งสงสัย “หรือผู้อาวุโสห้าจะปิดพื้นที่จิตของเขาเสียแล้ว?”
ผู้อาวุโสเอ่ยถามด้วยคว