นที่อยู่ด้านนอกนั้นไม่รู้ ยังคิดว่าชายหนุ่มต้องตายแน่ โดยเฉพาะผู้อาวุโสห้าที่มองไปยังผู้อาวุโสคนอื่น ๆ “พวกเจ้าก็ไม่ต้องรอแล้ว รีบออกไปเถิด อย่างไรเสียพวกเจ้าก็ช่วยเขาไม่ได้!”
ผู้อาวุโสเจ็ดพูดด้วยความร้อนใจ “ผู้อาวุโสห้า เขาสำคัญกับพวกเรามาก!”
“ต้องขออภัย แต่ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า” ผู้อาวุโสห้าไม่สนใจ
คำพูดนั้น ทำให้ผู้อาวุโสเจ็ดมองไปยังผู้อาวุโสอีกสองคน “ลงมือหรือไม่?”
ผู้อาวุโสสี่ส่ายศีรษะ “เถาวัลย์หมื่นพิษ ไม่สามารถโจมตีได้”
ผู้อาวุโสสิบพูดขึ้นว่า “ใช่ เมื่อโจมตีออกไป ภายในนั้นจะยิ่งปล่อยพิษออกมามากยิ่งขึ้น และจะทำให้เขา…”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ผู้อาวุโสสิบก็ไม่กล้าพูดอะไรขึ้นอีก ผู้อาวุโสเจ็ดจึงมีสีหน้าไม่ดีนัก “สมควรตาย!”
ผู้อาวุโสห้าเห็นว่าทั้งสามไม่เดินออกไป นางก็ทำเพียงยิ้มและพูดขึ้น “อีกไม่นานหลังจากนี้ พวกเจ้าอย่าเสียใจก็แล้วกัน”
ใครจะคิดว่าเมื่อสิ้นเสียงนั้น เถาวัลย์เหล่านั้นก็ค่อย ๆ แห้งลีบลง
ผู้อาวุโสห้ามีสีหน้าเปลี่ยนไป จนกระทั่งเถาวัลย์ค่อย ๆ ตกลงสู่พื้นในที่สุด ลู่เฉินที่ยืนอยู่ตรงนั้นยกยิ้ม “ยังมีพิษอื่นหรือไม่?”
ทั่วทั้งบริเวณเงียบสงบลงทันที เพราะพวกเขาไม่คิดว่าลู่เฉินจะสามารถทำลายเถาวัลย์หมื่นพิษของผู้อาวุโสห้าได้
“อย่างไรกัน? ไม่พูดแล้วหรือ?” ชายหนุ่มมองไปยังหญิงชราพลางเอ่ยถาม
ผู้อาวุโสห้าเริ่มมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก “ข้าจะฆ่าเจ้า!”
ครั้งนี้ผู้อาวุโสห้าไม่คิดจะใช้พิษ ภายใน