แล้ว หากได้รับพิษของข้า ถ้าหากไม่ไป ข้าสามารถให้พิษนี้ทำให้ร่างของเจ้าเน่าเปื่อยในทันทีได้ เมื่อถึงเวลานั้น กายเนื้อของเจ้าก็จะสูญสลายไป” ผู้อาวุโสห้าแสยะยิ้มชั่วร้าย
ชายหนุ่มขานรับ “พิษนี้ของเจ้าทำอะไรข้าไม่ได้!”
“เจ้าหนุ่ม เจ้าคิดจะท้าทายพิษนี้ของข้าหรือ?” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายพูดจาอวดดีเช่นนี้ ผู้อาวุโสห้าก็ยกยิ้มเย็นชา
“เพียงเจ้าลอง ก็จะรู้มิใช่หรือ?” ชายหนุ่มไม่สนใจผู้อาวุโสห้าแม้แต่น้อย
“เช่นนั้นข้าก็จะไม่เกรงใจแล้ว!”
ไป๋หลี่ซานและคนอื่น ๆ เริ่มหลับตาลง แต่ชายหนุ่มไม่สนใจพวกเขา กลับปล่อยให้ผู้อาวุโสห้ากวัดแก่งมือทั้งสองไปมาอย่างอิสระ
ผู้อาวุโสห้าคิดว่าพิษนี้สามารถทำให้ร่างของอีกฝ่ายเน่าเปื่อยได้ ทว่าใครจะคิดว่าไม่เพียงแต่พิษนี้จะไม่เกิดผลใด ๆ เท่านั้น แต่กลับทำให้สีดำบนร่างของลู่เฉินค่อย ๆ หายออกไป และกลายเป็นเช่นเดิมในที่สุด ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ผู้อาวุโสห้าตกตะลึงจนนิ่งไป
กานจิ่วเม่ยและคนอื่น ๆ มองลู่เฉินอย่างเหลือเชื่อ
ชายหนุ่มมองไปยังผู้อาวุโสห้าที่กำลังตกตะลึงอยู่ “ยังมีพิษที่รุนแรงกว่านี้หรือไม่? นำออกมาหมดหรือยัง! ข้าจะรอดูว่าเจ้าผู้เป็นถึงยอดฝีมือในการใช้พิษอันดับหนึ่งจะมีความสามารถมากเพียงใดกัน!”
ชายหนุ่มกล่าวยั่วยุ ทำให้ในที่สุดผู้อาวุโสห้าก็ ‘ปล่อย’ คำพูดออกมา “ดี ดีมาก!”
เพียงไม่นาน รอบกายลู่เฉินก็เกิดแสงหลากสีสว่างขึ้น
แสงหลากสีนี้ได้กลายเป็นเขตแดน พันธนาการช