ห้าก็นำลู่เฉินวางไว้ภายในเขตแดน จากนั้นจึงพูดขึ้นว่า “เจ้าหนุ่ม อยู่ที่นี่ เจ้าไม่สามารถหนีออกไปได้”
ชายหนุ่มมองไปรอบ ๆ ที่นี่เต็มไปด้วยพืชพิษหลากสี “พืชเหล่านี้ไม่เลวเลยทีเดียว”
“เจ้ายังมีกะจิตกะใจมองดูพืชพวกนี้หรือ?” ผู้อาวุโสห้าหัวเราะอีกฝ่ายอย่างขบขัน
ลู่เฉินไม่ได้ตอบนาง แต่กลับยกยิ้มและพูดขึ้นว่า “พืชเหล่านี้ของเจ้านับว่าล้ำค่ามากนัก และเจ้าคงใช้ความคิดไปไม่น้อยในการปลูกมัน!”
“เจ้าหนุ่ม เจ้าพูดไร้สาระอะไรมากมายเพียงนี้?” เมื่อผู้อาวุโสห้าได้ยินคำพูดของลู่เฉิน จึงพูดออกมาด้วยความหงุดหงิด
“เช่นนั้น หากข้าทำลายพืชเหล่านี้จนหมดสิ้น?”
“ทำลายพืชเหล่านี้? เจ้าหนุ่ม เจ้ากำลังพูดเรื่องตลกหรือ?” ผู้อาวุโสห้าได้ยินคำพูดของลู่เฉินก็อดยิ้มเย้ยออกมาไม่ได้
ชายหนุ่มฉีกยิ้มพลางมองผู้อาวุโสห้า “ดูเหมือนว่า เจ้าคิดที่จะทำให้ทุกสิ่งที่พยายามสร้างขึ้นมาในที่นี้กลายเป็นเศษซากจริง ๆ!”
ผู้อาวุโสห้ายิ้มหยัน “เจ้าหนุ่ม ข้าจะบอกเจ้าให้ อย่างไรเจ้าก็ไม่สามารถทำลายพืชเหล่านี้ของข้าได้”
“โอ้? อย่างนั้นหรือ?” ลู่เฉินฉีกยิ้ม
หลังจากนั้นชายหนุ่มก็นั่งลง ผู้อาวุโสห้ารู้สึกแปลกใจ ไม่รู้ว่าลู่เฉินคิดจะทำสิ่งใด
และในขณะนั้นเอง ด้านนอกของป่าพฤกษาพิษนี้ก็มีเสียงของผู้อาวุโสเจ็ดดังขึ้น “ผู้อาวุโสห้า เจ้ากลั่นแกล้งผู้ฝึกตนขั้นหลอมแก่นแท้เพื่อสิ่งใดกัน?”
ผู้อาวุโสสี่พูดขึ้นเช่นกันว่า “ผู้อาวุโสห้า เขามีประโยชน์กับพวกเ