ือทำลายต้นไม้ต้นนี้จริง ๆ!”
จิ่วคูจึงทำได้เพียงนำต้นไม้เหล่านี้กลับเข้าไปดังเดิม
แต่ผู้อาวุโสแปดออกไปเสียก่อนแล้ว และทั้งสามก็ไม่รู้ว่าต้องไปตามหาที่ใด ดังนั้นผู้อาวุโสสิบจึงพูดกับทุกคนว่า “ทุกคนกลับไปที่ตำหนักเสียก่อน จะกลับมาทำการประลองอีกครั้งเมื่อใดนั้น ข้าจะแจ้งให้ทราบอีกที”
พูดจบ ผู้อาวุโสสิบและผู้อาวุโสสี่รวมถึงคนอื่น ๆ จึงแยกย้ายกันไปตามหาผู้อาวุโสแปด
จิ่วคูมีสีหน้าจริงจังขึ้นมา กานจิ่วเม่ยกังวลใจเช่นกัน และยังมองไปที่ไป๋หลี่ซาน “ประมุขยอดเขา เจ้าหนุ่มนั่นจะมีปัญหาใดหรือไม่?”
“ผู้อาวุโสแปดเกลียดเขาเข้ากระดูก ข้ากลัวว่า…” ไป๋หลี่ซานพูดด้วยความหดหู่ใจ
ครั้นได้ยินเช่นนั้น กานจิ่วเม่ยก็ยิ่งร้อนใจ กู่ซานฉงมองไปรอบ ๆ อย่างไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร
จนกระทั่งไป๋หลี่ซานได้รับข่าวคราวจากลู่เฉิน เขาจึงมองไปยังคนทั้งสอง “พวกเรากลับไปที่ตำหนักกันก่อนเถิด”
“ไม่รอแล้วหรือ?” กานจิ่วเม่ยแปลกใจ
“เขาให้พวกเรากลับไปที่นั่นก่อน” ไป๋หลี่ซานพูดจบจึงเดินออกไป ส่วนกานจิ่วเม่ยก็ได้แต่สงสัย “เขา?”
ดูเหมือนว่ากู่ซานฉงจะเข้าใจ จึงพูดขึ้นว่า “ไปเถิด”
ทั้งสามคนเดินออกไปพร้อมกัน
เฮยหลวนที่อยู่อีกด้านหนึ่งขมวดคิ้วพลางพูดขึ้นว่า “เจ้าหนุ่มผู้นี้ คงจะไม่ถูกผู้อาวุโสแปดตีจนตายจริง ๆ หรอกนะ?”
ไม่เพียงแต่เฮยหลวนเท่านั้น หลายคนต่างก็คิดว่าน่าจะถึงเวลาของเจ้าหนุ่มนั่นแล้ว
ทว่าใครจะคิดว่าผู้อาวุโสแปดพาตัวลู่เฉินไปยั