งมองไปยังลู่เฉิน “เจ้าหนุ่ม ข้ายอมรับว่าเจ้าเก่ง แต่พวกเราก็ไม่ได้อ่อนแอ!”
“โอ้? แสดงให้ข้าดูเสียหน่อย!” ลู่เฉินยิ้มพลางมองเฉียนหลัว
ในขณะที่เฉียนหลัวมองไปยังอีกสองคน “ใช้เถาวัลย์พันรัด!”
“ขอรับ!”
ทั้งสามมีแสงสีเขียวสว่างวาบขึ้นมาทันที
ต่อมา เถาวัลย์ขนาดใหญ่สามเส้นก็ปรากฏออกมาบนลานประลอง และพันรัดทั้งสามคนไว้อย่างรวดเร็ว
โดยเฉพาะเส้นที่พันรัดลู่เฉินไว้นั้น เฉียนหลัวเป็นผู้ควบคุมมันเอง ดังนั้นเถาวัลย์เส้นนั้นจึงมีขนาดใหญ่เป็นพิเศษจนดูเหมือนคนสองคน และยังพันรัดลู่เฉินไว้อย่างแน่นหนา ไม่ปล่อยให้ชายหนุ่มมีโอกาสหนีออกไปได้
ทุกคนเห็นเช่นนี้ก็คิดว่าลู่เฉินและพวกต้องแย่แน่
จิ่วคูพูดกับลู่เฉินด้วยรอยยิ้มว่า “เจ้าหนุ่ม ยังไม่ปล่อยสิ่งประหลาดบนตัวเจ้าออกมาหรือ?”
“สิ่งประหลาด?”
“ใช่! สิ่งที่สามารถกลืนกินพลังปราณและยังปล่อยสายฟ้าออกมาได้” จิ่วคูจ้องลู่เฉินเขม็ง
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ผู้อาวุโสแปดก็หวนคิดไปถึงตอนที่ลู่เฉินอยู่ในภูเขาซากศพ ได้ใช้สายฟ้าในการจัดการกับจินอีฉุย จากนั้นก็มีท่าทีจริงจังมากขึ้น “หรือผู้อาวุโสเก้ากำลังหาสิ่งนั้น?”
แต่คนอื่น ๆ ไม่รู้ ต่างก็มองหน้ากันพลางเอ่ยถามถึงสิ่งประหลาดนั้น
ลู่เฉินยกยิ้ม “จัดการคนเหล่านี้ ไม่จำเป็นต้องใช้สิ่งประหลาด”
“โอ้? อย่างนั้นหรือ?” ผู้อาวุโสเก้าหัวเราะชอบใจ
ลู่เฉินใช้ ‘เคล็ดวิชาหมื่นวิญญาณ’ กลืนกินเถาวัลย์นี้ ทำให้เถาวัลน์นั้นแห้งเฉาไปในทันที และห