วามโมโห “ข้าบอกว่าเขาขโมยก็คือขโมย มีปัญหาหรือ?”
ไป๋หลี่ซานรู้ดีว่าหากพูดอะไรมากไปกว่านี้ก็คงไม่มีประโยชน์ จึงทำได้เพียงพูดอย่างหมดหนทาง “เช่นนั้น รอให้เขาออกมา ค่อยลองถามดู”
“ถามอะไรกัน ส่งมาให้ข้าก็พอแล้ว” ผู้อาวุโสแปดคร้านจะพูดกับไป๋หลี่ซานให้มากความ
ไป๋หลี่ซานกลับกัดฟัน “หากไม่มีหลักฐาน ข้าคงจะส่งเขาให้ท่านง่าย ๆ ไม่ได้!”
ผู้คนในบริเวณนั้นต่างตกตะลึง พวกเขาคิดไม่ถึงว่าไป๋หลี่ซานจะกล้าขัดคำพูดของผู้อาวุโสแปด
ผู้อาวุโสแปดเบิกตากว้าง “ว่าอย่างไรนะ? คิดว่าดูแลภูเขาเดียวดายแล้วจะยิ่งใหญ่มากนักหรือ?”
ไป๋หลี่ซานพูดขึ้นว่า “ผู้อาวุโสแปด หุบเขาลึกมีกฎอยู่ว่า ไม่ว่าผู้ใดก่อความวุ่นวายในหุบเขาลึก ล้วนต้องถูกส่งตัวไปยังตำหนักผู้คุมกฎ ถ้าหากตำหนักผู้คุมกฎไม่สามารถจัดการได้ ก็จำเป็นต้องถามผู้อาวุโสสี่”
“คิดจะเอาผู้เฒ่าสี่ที่หัวโบราณดื้อรั้นนั่นมาข่มขู่ข้าหรือ?” ผู้อาวุโสแปดยิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกไม่พอใจ
ผู้คนในบริเวณเริ่มยืนอย่างสงบแทนไป๋หลี่ซาน
ผู้อาวุโสแปดไม่พูดให้มากความ แสงสีทองสว่างขึ้นรอบกายทันที และยังหลอมรวมเขตแดนแสงทองขึ้นมา กักขังไป๋หลี่ซานไว้ตรงนั้น
ไป๋หลี่ซานมีสีหน้าไม่ดีนัก “ที่นี่มีผู้คนมากมาย ผู้อาวุโสแปดโปรดระวังภาพลักษณ์ด้วย”
“หากข้าไม่สนใจเล่า?” ผู้อาวุโสแปดพูดอย่างเสียสติ
ผู้อาวุโสสิบเริ่มจริงจังมากขึ้น “ผู้อาวุโสแปด มีคนอยู่มากมายเช่นนี้ ท่านควรระวังเสียหน่อยเถิด”
ผู้อาวุโสแป