”
“ใช้วิญญาณจำนวนมากในการช่วยมันฝึกฝน?”
“อย่างเช่น เจ้า ขณะที่ศิษย์พี่ศิษย์น้องเหล่านั้นของเจ้าฝึกฝนฝ่ามือแปดวิญญาณนี้ เจ้าของศิลาฝ่ามือดูดวิญญาณก็จะแข็งแกร่งขึ้น แต่ถ้าหากวิญญาณหล่านี้ของพวกเจ้าหายไป ฝ่ามือดูดวิญญาณของเขาก็จะอ่อนแอลง”
จินอีฉุยแทบจะไม่เข้าใจอะไรทั้งสิ้น
“พูดกับเจ้า เจ้าก็คงไม่เข้าใจ!”
“เจ้าพูดถูก”
ขณะนั้นเอง กู่ฉินเพลิงโบราณก็ปรากฏขึ้น ลู่เฉินให้จินอีฉุยเข้าไป อีกฝ่ายก็เข้าไปอย่างว่าง่าย
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ชายหนุ่มจึงเรียกสติกลับมา และมองไปยังกานจิ่วเม่ยและคนอื่น ๆ ที่กำลังถกเถียงกันอยู่อีกด้านหนึ่ง จากนั้นจึงมองไปยังกลุ่มคนที่อยู่ไกลออกไป “กำจัดพวกเขาซะ”
“กำจัดอย่างไร?” กานจิ่วเม่ยเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ
จู่ ๆ ลู่เฉินก็ยื่นมือทั้งสองข้างออกมาและจับคนคนหนึ่งไว้ทันที กานจิ่วเม่ยและอีกสองคนยังไม่ทันตอบโต้ใด ๆ จู่ ๆ ลู่เฉินก็หายไปจากตำแหน่งเดิมเสียแล้ว
ผู้คนที่อยู่ไม่ไกลนักต่างก็แปลกใจว่าลู่เฉินและทั้งสองคนไปยังที่ใด
…
เมื่อลู่เฉินและทั้งสองปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ก็ได้ปรากฏอยู่ตรงหน้ากระแสน้ำวนแห่งหนึ่ง
กานจิ่วเม่ยรู้สึกสับสน “พวกเราออกมาแล้ว?”
กู่ซานฉงพลันแปลกใจ “สุนัขอินทนิลบอกเจ้าหรือ?”
ชายหนุ่มยิ้มแล้วตอบว่า “ใช่”
แต่กานจิ่วเม่ยยิ่งรู้สึกแปลกใจ เมื่อครู่นี้ลู่เฉินใช้เคล็ดวิชาลี้ธรณีใดกัน ดังนั้นเขาจึงเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ “เมื่อครู่นี้ เหตุใดพวกเจ้าจึงมาได