เจ้าหนุ่ม เจ้าอยากตายอย่างนั้นหรือ?”
ทว่าเฮยหลวนกลับไม่คิดเช่นนั้น เพราะนางรู้ถึงความน่ากลัวของลู่เฉินดี ดังนั้นจึงหันไปเอ่ยเตือนคนของตนทั้งสองคนว่า “ระวังเจ้าหนุ่มผู้นั้นไว้!”
ฝาแฝดทั้งสองไม่รู้ว่าเหตุใดเฮยหลวนจึงต้องให้ตนระวังชายคนนี้ด้วย
จูเก๋อหลิงเฟิงหัวเราะเยาะเฮยหลวน “เฮยหลวน ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะกลัวขั้นหลอมแก่นแท้ด้วย”
“เขาไม่ใช่ขั้นหลอมแก่นแท้ธรรมดา” เฮยหลวนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา
จูเก๋อหลิงเฟิงยิ้มประหลาด “ในสายตาของข้า เพียงความคิดเดียวก็สามารถบีบคอเขาจนตายได้!”
“อีกไม่นานเจ้าก็จะได้รู้” เฮยหลวนเห็นท่าทางอวดดีของจูเก๋อหลิงเฟิงก็ดึงรั้งเขาไว้ ให้ลู่เฉินไปเล่นสนุกกับจูเก๋อหลิงเฟิงและพวกแทน
ส่วนจูเก๋อหลิงเฟิงนั้นแทบจะไม่สนใจลู่เฉิน เขาหันไปออกคำสั่งแก่จินอีฉุย “ทุบเขาให้ตายซะ!”
จินอีฉุยจึงรีบตะโกนไปยังฝาแฝดทั้งสองทันที “ตอนนี้ ข้าไม่มีเวลาไปเล่นกับพวกเจ้าเสียแล้ว!”
เมื่อพูดจบ จินอีฉุยก็พุ่งตัวไปตรงหน้าลู่เฉินทันที
ทุกคนคิดว่าชายหนุ่มจะต้องหวาดกลัวจินอีฉุยจนวิ่งหนีไปแน่
แต่ลู่เฉินกลับยืนอยู่ตรงนั้นไม่ขยับกาย ราวกับมองไม่เห็นจินอีฉุยด้วยซ้ำ
จินอีฉุยจ้องมองอีกฝ่ายราวกับคนโง่ก่อนจะหัวเราะ “เจ้าหนุ่ม เจ้าช่างส่งตัวเองมาแสวงหาความตายเสียจริง!”
“แสวงหาความตาย? เจ้าแน่ใจหรือ?” ลู่เฉินยิ้มพลางมองจินอีฉุย
“ไม่คิดเช่นนั้นหรือ?” จินอีฉุยพูดจบจึงกวัดแกว่งค้อนในมือเล็กน้อย ค้อนทองนั่นมีขนาดใ