รษะของคนผู้นั้นได้เอ่ยเตือนเถาวัลย์วิญญาณภูตว่า “ระวัง เขาคือผู้อาวุโสเก้า! จิ่วคู”
เถาวัลย์วิญญาณภูตสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่แข็งแกร่งของจิ่วคู ดังนั้นมันจึงพูดกับชิงอีถงว่า “เช่นนั้น พวกเราถอยเสียก่อน!”
เมื่อชิงอีถงขานรับ เถาวัลย์วิญญาณภูตจึงออกจากร่างของคนผู้นั้น จากนั้นกลายเป็นเงาซ่อนตัวอยู่รอบ ๆ กลางป่านี้
จิ่วคูพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “คิดจะหนีงั้นหรือ?”
เมื่อเห็นเชือกสีเขียวปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือของจิ่วคู มันลอยออกไปพันรัดต้นไม้ไว้ และยังเกิดแสงสีเขียวสว่างขึ้นบนต้นไม้นั้น จากนั้นเถาวัลย์วิญญาณที่อยู่ภายในนั้นก็กรีดร้องดังลั่น
ชิงอีถงก็รู้สึกเจ็บปวดมากเช่นกัน
เฉียนหลัวถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เถาวัลย์วิญญาณภูตรู้ดีว่าตนไม่ใช่คู่ต่อสู้ของจิ่วคูผู้นี้ ดังนั้นจึงตะโกนขึ้นมาว่า “รอก่อนเถิด!”
“รออะไรกัน?” จิ่วคูพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“พวกเราสามารถร่วมมือกันได้!” เถาวัลย์วิญญาณภูตเอ่ยด้วยความเจ็บปวด
“ร่วมมือ?” จิ่วคูไม่รู้ว่าเถาวัลย์วิญญาณภูตนี้ต้องการร่วมมือกับตนอย่างไร
“ท่านคือรากวิญญาณธาตุไม้ และเคล็ดวิชาวิญญาณที่ฝึกก็เป็นธาตุไม้เช่นกัน ส่วนข้า ท่านก็รู้ว่าข้าเป็นวิญญาณธาตุไม้ หากฝากฝังไว้กับท่าน สามารถทำให้เคล็ดวิชาวิญญาณของท่านแข็งแกร่งขึ้น ขณะเดียวกันทำให้การฝึกฝนของท่านรวดเร็วขึ้นได้” เถาวัลย์วิญญาณภูตค่อย ๆ หลอกล่อ
จิ่วคูกลับยกยิ้ม “ว่ากันว่าเถาวัลย์วิญญาณพูดมีฝีปากที่ไพเราะเส