ณะที่ชิงอีถงกำลังแปลกใจว่าอีกฝ่ายต้องการจะทำสิ่งใดนั้น กระจกของฉีเจี้ยนก็ส่องมายังชิงอีถงแล้ว
จากนั้นทุกคนจึงได้เห็นเงาของเถาวัลย์วิญญาณภูต และยังมีเงาวิญญาณของชิงอีถงอยู่ภายในร่างของคนผู้นั้น
ฉีเจี้ยนมีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที “รนหาที่ตาย!”
เมื่อชิงอีถงเห็นว่าตนเองถูกเปิดเผยก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป หวาดกลัวจนหนีออกมาจากกายเนื้อนั้น
ฉีเจี้ยนตะโกนลั่น “ตั้งทัพ!”
กลุ่มผู้พิทักษ์รีบนำคันธนูดำของตนออกมาทันที ลูกธนูที่ถูกยิงมาจากคันธนูนี้ได้กลายเป็นตาข่าย จากนั้นจึงคลุมขังเถาวัลย์วิญญาณภูตนั่นไว้
เถาวัลย์วิญญาณภูตและชิงอีถงรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งร่าง
แต่เถาวัลย์วิญญาณภูตนั้นไม่ธรรมดา เขาตะโกนไปยังชิงอีถง “นำวิญญาณของเจ้ามาให้ข้า ข้าจึงจะสามารถหนีออกไปได้!”
“แต่ว่า…” ชิงอีถงรู้ว่าหากให้มันไปแล้ว ตนจะสูญเสียความเป็นตัวเองไป ดังนั้นเขาจึงลังเล
“ยังจะลังเลอะไรอยู่อีก?!” เถาวัลย์วิญญาณภูตตะโกนลั่น
ชิงอีถงทำได้เพียงกัดฟันตอบกลับ “ได้!”
เพียงไม่นาน วิญญาณของชิงอีถงก็ได้หลอมรวมไปยังเถาวัลย์วิญญาณภูตในที่สุด และดูเหมือนว่าเถาวัลย์วิญญาณภูตจะได้รับบางอย่างไป มันจึงมีความแข็งแกร่งขึ้น จากนั้นทั้งเถาวัลย์ก็ได้กลายเป็นชิงอีถง จ้องมองไปยังลู่เฉินพลางยกยิ้มประหลาด “เจ้าหนุ่ม เจ้ารอข้าก่อนเถิด!”
หลังจากนั้น เถาวัลย์วิญญาณภูตจึงปล่อยพลังที่แข็งแกร่งออกมา เหล่าผู้พิทักษ์แต่ละคนรู้สึกราวกับวิญญาณของอะไรบางอย่างกำลังสั