หมายความว่า?”
“เขาต้องถูกเจ้าหนุ่มผู้นั้นควบคุมไว้แน่ ดังนั้นพวกเราจำเป็นต้องหาท่านพี่ของเจ้าให้พบ แล้วดูว่าเขากับเจ้าหนุ่มนั่นตกลงเรื่องใดกันเป็นการส่วนตัว” เถาวัลย์วิญญาณภูตวิเคราะห์ความเป็นไปได้
“แต่ตอนนี้พวกเรากำลังถูกกลุ่มผู้พิทักษ์ตามล่า จะไปหาท่านพี่ของข้าได้อย่างไร?”
“วางใจเถิด ข้ายังมีทักษะอีกมาก!” เมื่อเถาวัลย์วิญญาณภูตเอ่ยจบ ก็กระโจนเข้าไปยังใบไม้สีดำที่อยู่บนต้นไม้รอบ ๆ และจู่ ๆ ใบไม้นั้นก็ลอยขึ้น
ชิงอีถงรู้สึกประหลาดใจขึ้นมา “นี่เจ้า”
“ไม่ว่าพฤกษาใด ข้าก็สามารถครอบครองร่างมันได้ ดังนั้นเจ้าคนโง่เหล่านั้น ไม่มีทางพบข้าได้” เมื่อเถาวัลย์วิญญาณภูตเอ่ยจบ ก็ควบคุมใบไม้ต่อและจากไป
…
ขณะนั้นเอง ชายหนุ่มไม่รู้ว่าเกิดเรื่องใดขึ้น จึงเดินกลับไปยังสวนอย่างช้า ๆ
เมื่อกานจิ่วเม่ยเห็นลู่เฉินกลับมาก็ถอนหายใจด้วยความคลายกังวล “ในที่สุดเจ้าก็กลับมาเสียที”
กู่ซานฉงก็รู้สึกคลายกังวลเช่นกัน ไป๋หลี่ซานเองก็หันมาพูดกับพวกเขาว่า “ข้าพูดกับพวกเจ้าตั้งแต่แรกแล้ว อย่างไรเขาก็ต้องกลับมา”
กานจิ่วเม่ยพูดขึ้นมาด้วยความเก้อเขิน “เป็นเพราะเฮยหลวนมาที่นี่สองสามครั้งแล้ว”
“โอ้? นางมาที่นี่?” ลู่เฉินเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ
“อืม นางมาสองถึงสามครั้ง แต่หลังจากเมื่อวานก็ไม่ได้มาอีกเลย และยังพูดบางอย่างกับพวกเรา” กานจิ่วเม่ยพูดด้วยความแปลกใจ
“พูดสิ่งใดกัน?”
“นางบอกว่า พรุ่งนี้จะทำให้เจ้าได้เห็นดี” กานจิ่วเม่ย