ัวเห็นว่าอีกฝ่ายยังกล้าอวดดีจึงแสยะยิ้ม “ดูเหมือนว่า เจ้าจะไม่กลัวผู้ใดจริง ๆ”
เมื่อพูดจบ เฉียนหลัวก็ใช้มือข้างหนึ่งหลอมรวมเงาสีน้ำตาลขึ้นมา และโจมตีไปยังลู่เฉิน แต่เมื่อพลังนั้นไปถึงบน ‘กำแพงพันชั้น’ ของอีกฝ่าย เงานั้นก็หายไปทันที
เฉียนหลัวพลันสงสัย “นี่มันสิ่งประหลาดใดกัน?”
ชิงอีถงที่อยู่อีกด้านหนึ่งอธิบายว่า “ท่านพี่ สิ่งนี้คือเคล็ดวิชาการป้องกันของเขา”
“เคล็ดวิชาการป้องกัน? มีเช่นนี้ด้วยหรือ?” เฉียนหลัวเอ่ยถามด้วยความสนใจ
“อืม” ชิงอีถงพยักหน้ารับ
เฉียนหลัวมองลู่เฉินอย่างพิจารณา “เจ้าหนุ่ม ข้าก็ฝึกฝนเคล็ดวิชาธาตุดินเช่นกัน แต่ไม่เคยพบเคล็ดวิชาเช่นนี้ของเจ้ามาก่อน”
“นั่นเป็นเพราะว่า สิ่งที่เจ้าเรียนมานั้นคือขยะไร้ค่า” คำพูดของชายหนุ่มทำให้เฉียนหลัวรู้สึกไม่พอใจ
ดังนั้น เฉียนหลัวจึงนำคันธนูออกมาและตะโกนว่า “ข้าจะให้เจ้าได้ดูว่ายอดฝีมืออย่างข้า จะทำลายการป้องกันของเจ้าอย่างไร!”
เมื่อชิงอีถงเห็นเฉียนหลัวนำคันธนูออกมาต่อหน้าลู่เฉินก็รู้สึกมีความหวัง เขาจ้องมองไปยังลู่เฉินพลางเผยรอยยิ้มบิดเบี้ยว “เจ้าหนุ่ม เจ้าจบเห่แล้ว”
ลู่เฉินยิ้มเย็นชา “ในเมื่อพวกเจ้าอยากตายกันนัก เช่นนั้นข้าก็จะช่วยให้พวกเจ้าสมปรารถนาเอง!”
“จองหองอวดดีนัก ไปตายซะ!” เฉียนหลัวปล่อยเงาศรสีน้ำตาลออกมาทันที
เงาศรเหล่านี้ค่อย ๆ โจมตีลงบนร่างของลู่เฉิน โดยต้องการทำให้เขาตายตก แต่เขากลับไม่เป็นอะไร และยังใช้มือคว้ามันไว้อ