บข้า”
“เจ้าคิดจะทำสิ่งใด?” เฉียนหลัวถามด้วยความหวาดกลัว
“ลองดูว่ามีสิ่งมีประโยชน์ที่พวกเจ้าใช้ได้หรือไม่” เมื่อลู่เฉินพูดจบก็นำภูเขาซากศพออกมา และโยนพวกเขาเข้าไป
เงาสายฟ้ากลับเข้าไปภายในไข่มุกอัสนีวิญญาณ และดูดซับพลังปราณบริเวณรอบ ๆ ต่อไป ส่วนต้นไม้และผลไม้เหล่านั้นก็ค่อย ๆ แห้งเฉาลง
ลู่เฉินอยู่ภายในภูเขาซากศพ เขาจ้องมองไปยังชิงอีถง
ชิงอีถงหวาดกลัวจนตัวสั่น “ปล่อยข้าไป ข้าไม่กล้าอีกแล้ว”
“เจ้าคิดว่าเจ้ามายังหุบเขาลึก สร้างความวุ่นวายให้ข้า แล้วข้าจะปล่อยเจ้าไปง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ เช่นนั้นข้าคงต้องขอโทษตัวเองเสียแล้ว” ลู่เฉินมองไปยังชิงอีถงด้วยแววตาเย็นชา
“เจ้าคิดจะทำอะไร?” ชิงอีถงหวาดกลัว
“เจ้าคิดว่าอย่างไร?” เมื่อลู่เฉินพูดจบ ไอซากศพรอบ ๆ ก็ค่อย ๆ รุกรานเข้าไปในร่างกายของชิงอีถง และร่างกายที่ได้รับบาดเจ็บของอีกฝ่ายนั้น เมื่อถูกรุกรานเช่นนี้ กายเนื้อก็ค่อย ๆ เน่าเปื่อยไปทันที
คนอื่น ๆ มองด้วยความสับสน
โดยเฉพาะเฉียนหลัวที่หันไปอธิบายแก่ลู่เฉิน “พี่ชาย ข้าไม่สนิทกับเขา ข้ามาเพียงช่วยเขาเท่านั้น”
ชิงอีถงคิดไม่ถึงว่าเมื่อถึงเวลาเช่นนี้ เฉียนหลัวจะแสร้งทำเป็นไม่สนิทกับตนขึ้นมา
ลู่เฉินยกยิ้มพลางมองไปยังเฉียนหลัว “อย่าร้อนใจไป อีกไม่นาน พวกเราจะได้คุยกันดี ๆ”
“คุยดี ๆ?” เฉียนหลัวไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหมายความว่าอย่างไร
และในขณะนั้นเอง ชิงอีถงก็กรีดร้องลั่น เพราะกายเนื้อของเขานั้นเน่าเปื่อยไปแล้