เจ้าไม่กลัวจะถูกกลุ่มผู้พิทักษ์หุบเขาลึกพบหรือ?” เฉียนหลัวร้อนใจ
“เดิมทีก็ยังกังวลอยู่ แต่ที่นี่มีค่ายกลที่ดีเช่นนี้ ทำให้เสียงการต่อสู้ที่เกิดขึ้นที่นี่ไม่สามารถดังออกไปภายนอกได้” ลู่เฉินฉีกยิ้มพลางตอบกลับ
เฉียนหลัวพูดด้วยความโมโหว่า “พวกเราสามารถติดต่อกับอาจารย์ได้!”
“โอ้? อาศัยยันต์สื่อสารนี่น่ะหรือ?” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
“ไร้สาระ!” เฉียนหลัวพูดด้วยความร้อนใจ
“เมื่อครู่อาจจะได้ แต่ตอนนี้ไม่ได้แล้ว!”
“เพราะเหตุใด?” เฉียนหลัวไม่เข้าใจ
ชายหนุ่มจึงนำศิลาวิญญาณบางส่วนในมือออกมา หลังจากที่สลักบางอย่างลงด้านบนแล้วก็โยนไปรอบ ๆ จากนั้นก็ยกยิ้มพลางพูดขึ้นว่า “ข้าได้เพิ่มพลังไปเล็กน้อยภายในค่ายกลนี้ และพลังนี้สามารถทำให้ยันต์ใด ๆ ก็ตามใช้งานไม่ได้”
เฉียนหลัวไม่เชื่อและยังนำขึ้นมาใช้ แต่ยันต์นี้ไม่ได้ผลจริง ๆ
ชิงอีถงที่ดูอยู่อีกด้านหนึ่งไม่สนใจ แต่กลับหมุนตัวและวิ่งออกไป เขาไม่คิดจะอยู่ที่นี่แล้ว
“คิดจะหนีหรือ?” ชายหนุ่มแสยะยิ้ม
จากนั้นทุกคนจึงได้เห็นภาพที่น่าหวาดกลัว
เงาสายฟ้าปรากฏขึ้นมาบนฝ่ามือของลู่เฉิน มันพุ่งโจมตีไปด้านหน้าของชิงอีถง และเมื่อโบกมือ ชิงอีถงผู้นั้นก็ถูกสายฟ้าโจมตี จากนั้นเขาก็ล้มลงบนพื้นและชักเกร็งขึ้นมาทันที ท่าทางเจ็บปวดเป็นอย่างมาก
เหล่าลูกศิษย์ต่างก็หวาดกลัวชายหนุ่มคนนี้
ลู่เฉินจ้องมองไปยังพวกเขาพลางคลี่ยิ้ม “เดิมทีพวกเจ้าอาจจะไม่เป็นอะไร แต่พวกเจ้ากลับมายุ่งกั