นที่จิตทันที
เพียงแต่เฮยหลวนคิดไม่ถึงว่าพื้นที่จิตของลู่เฉินจะดูราวกับท้องฟ้าที่กว้างใหญ่เช่นนี้
เฮยหลวนเริ่มรู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดีนัก ดังนั้นนางจึงคิดที่จะออกไป แต่กลับพบว่าไม่สามารถออกไปได้
เฮยหลวนจึงใช้เงากระดูกห่อหุ้มทั้งร่างของตนไว้ในทันที จากนั้นมือทั้งสองก็หลอมรวมกระบี่วิญญาณ จ้องมองไปรอบ ๆ พลันตะโกนขึ้นว่า “เจ้าออกมาซะ!”
“มาแล้ว อย่าเสียงดังไปสิ” ลู่เฉินปรากฏตัวขึ้น และยืนยิ้มอยู่ตรงหน้า
เมื่อเฮยหลวนจ้องมอง ‘ขั้นหลอมแก่นแท้’ ผู้นี้ นางมักจะรู้สึกว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดา “เจ้าคือใครกันแน่?”
“เจ้าต้องการจัดการข้า แต่ไม่รู้ว่าข้ามีนามว่าอย่างไรหรือ?”
“คนที่โถงรายนามบอกว่าเจ้ามีนามว่าลู่เฉิน ขั้นหลอมแก่นแท้”
“โถงรายนาม ชิงอีถงผู้นั้นหรือ?”
“ใช่ คือเขา!”
“ข้าก็คิดว่าผู้ใดกันที่มาขอให้เจ้าทดสอบข้า”
เฮยหลวนไม่รู้ว่าลู่เฉินกำลังคิดสิ่งใด จึงถามด้วยความร้อนใจ “ตอนนี้บอกได้หรือยังว่าเจ้าคือผู้ใดกันแน่”
“คนของโถงรายนามบอกแล้วไม่ใช่หรือ? ข้ามีนามว่าลู่เฉิน อยู่ในขั้นหลอมแก่นแท้” ชายหนุ่มตอบกลับ
“เป็นไปไม่ได้ เจ้าไม่ใช่ขั้นหลอมแก่นแท้แน่ ส่วนนามของเจ้านั้นต้องเป็นชื่อปลอมอย่างแน่นอน” เฮยหลวนไม่เชื่ออีกฝ่าย
ลู่เฉินยกยิ้มพลางมองนาง “เชื่อหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับเจ้า เพราะอย่างไรข้าก็ไม่เคยเปลี่ยนชื่อ”
“เช่นนั้นข้าก็จะจับเจ้า” เมื่อเฮยหลวนพูดจบก็ขยับกระบี่ทั้งสอง จากนั้นรอบวิญญาณของลู่เฉินก