ย์พี่ เราจะทำอย่างไรกันดี?”
“รีบไปหาประมุขยอดเขาเร็วเข้า!”
กู่ซานฉงตะโกนดังลั่น เพียงไม่นานทั้งสองก็ลงมาด้านล่าง และได้พบประมุขยอดเขาที่ยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้หินในสวน
“ประมุขยอดเขา แย่แล้ว” กานจิ่วเม่ยพูดด้วยความตื่นตระหนก
“มีอะไร?” ไป๋หลี่ซานมองทั้งสองคนพลางเอ่ยถามด้วยสีหน้าสับสน
ครั้นกานจิ่วเม่ยอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น ไป๋หลี่ซานจึงพูดด้วยความตกใจ “ว่าอย่างไรนะ? เฮยหลวน?”
“ใช่ คือนาง” กานจิ่วเม่ยร้อนใจ
ไม่เพียงแต่กานจิ่วเม่ยเท่านั้น กู่ซานฉงก็พูดด้วยความรีบร้อนเช่นกัน “ประมุขยอดเขา รีบคิดหาวิธีเถิด มิเช่นนั้นเจ้าหนุ่มนั่นคงจะ…”
ขณะที่ไป๋หลี่ซานกำลังคิดจะทำอะไรบางอย่าง เขาก็ได้รับคำสั่งจากลู่เฉิน ดังนั้นเขาจึงสงบลงอย่างรวดเร็วพลางพูดขึ้นว่า “ไม่ต้องสนใจ พักผ่อนเถิด”
“ไม่ต้องสนใจ?” กานจิ่วเม่ยชะงักไป
กู่ซานฉงยิ่งไม่เข้าใจ “ประมุขยอดเขา สิ่งใดเรียกว่าไม่ต้องสนใจกัน?”
“เมื่อครู่ ข้าได้รับสารจากเจ้าหนุ่มนั่น เขาบอกว่าไม่เป็นอะไร พวกเราไม่ต้องสนใจ” ไป๋หลี่ซานอธิบาย ก่อนจะพึมพำออกมา “ไม่รู้ว่าเฮยหลวนนั่นจะทำสิ่งใดกับเขากัน”
กานจิ่วเม่ยยิ่งสงสัย “เขาส่งสารให้ท่านเมื่อใดกัน?”
ไป๋หลี่ซานได้สติกลับมา “ความลับ”
“ไปเถิด ไม่ต้องสนใจ”
ทั้งสองจึงทำได้เพียงขึ้นไปยังห้องใต้หลังคา
ภายในห้องใต้หลังคา กานจิ่วเม่ยหันไปถามกู่ซานฉง “ศิษย์พี่ เกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่?”
“ประมุขยอดเขาบอกว่าไม่เป็นอะไร ก็คงไม่เป