็นอะไร ไม่ต้องคิดมาก” กู่ซานฉงไม่เข้าใจเช่นกัน จึงทำได้เพียงพูดกับกานจิ่วเม่ยเช่นนี้
แต่กานจิ่วเม่ยยังคงรู้สึกแปลกใจ
…
ในขณะนั้นเอง ภายในถ้ำบนภูเขาของหุบเขาลึก เฮยหลวนได้นำขวดสีดำออกมา จากนั้นจึงปล่อยร่างของลู่เฉินให้เป็นอิสระและขังไว้ภายในค่ายกล นางยืนอยู่ด้านนอกค่ายกลพลางพูดด้วยความพอใจ “เจ้าหนุ่ม รู้ถึงความเก่งกาจของข้าแล้วใช่หรือไม่”
ชายหนุ่มมองไปรอบ ๆ แล้วจึงพูดขึ้นว่า “อาศัยเพียงค่ายกลในการกักขังข้าหรือ?”
“สิ่งใดเรียกว่าอาศัยเพียงค่ายกล?” เฮยหลวนเห็นว่าลู่เฉินไม่สนใจตนอีกแล้ว นางจึงย้อนถาม
ลู่เฉินกลับพูดออกมาเพียงสั้น ๆ “ค่ายกลขยะ”
“ว่าอย่างไรนะ? เจ้ากล้าพูดว่านี่เป็นค่ายกลขยะหรือ?” เฮยหลวนไม่พอใจ
“มีปัญหาหรือ?”
เฮยหลวนแค่นเสียง “ค่ายกลนี้หากเคลื่อนไหวขึ้นมา สามารถสังหารยอดฝีมือขั้นแปลงเซียนคนหนึ่งได้ในทันที นับประสาอะไรกับเจ้าที่เป็นเพียงขั้นหลอมแก่นแท้!”
“เช่นนั้นเจ้าก็ลองดู”
เฮยหลวนรู้ว่าเมื่อเคลื่อนไหวค่ายกล อีกฝ่ายจะตายได้โดยไม่ต้องสงสัย ดังนั้นนางจึงตะโกนขึ้น “ข้าจะบอกเจ้าให้ ข้าแค่ไม่อยากสังหารเจ้าเท่านั้น มิเช่นนั้นเจ้าคงตายไปนานแล้ว!”
“ไม่อยากสังหารข้า? พูดเรื่องตลกหรือ?”
“หากข้าต้องการสังหารเจ้า เจ้าตายไปนานแล้ว!” เฮยหลวนพูดอย่างแน่วแน่
“เจ้าไม่สังหารข้า เช่นนั้นก็ยังจับข้า?” ชายหนุ่มไม่เข้าใจ
“ข้าเฮยหลวน แต่ไหนแต่ไรไม่สังหารคน แต่เจ้าทำลายสมบัติวิญญาณทั้งสองของข้า