นั้น บางทีการป้องกันของเขาก็อาจจะ…”
กานจิ่วเม่ยเห็นด้วยกับกู่ซานฉง ดังนั้นนางจึงมองไปยังลู่เฉิน “เจ้าหนุ่ม ถึงแม้ตัวเจ้าจะมีการป้องกันที่แข็งแกร่ง แต่อาจจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ที่แข็งแกร่งกว่าพวกเรา แล้วยังมีถึงสามคน ถึงตอนนั้นเจ้าอาจจะเดือดร้อนได้”
ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มชั่วร้าย “วางใจเถิด ไม่มีผู้ใดสามารถทำอันใดข้าได้”
ไป๋หลี่ซานรู้ถึงความสามารถของลู่เฉินดี ดังนั้นเขาจึงมองไปยังทุกคน “เอาล่ะ ตกลงตามนี้แล้วกัน”
เมื่อพูดจบ ไป๋หลี่ซานก็ให้กู่ซานฉงและกานจิ่วเม่ยไปเตรียมตัว ส่วนตนนั้นได้นำลู่เฉินและหลงซวงเข้าไปภายในตำหนักภูเขาเดียวดาย เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีผู้ใด ไป๋หลี่ซานจึงพูดกับลู่เฉินด้วยความความเคารพ เจ้าคิดจะไปจริงหรือ?“
“เจ้าคิดว่าข้าสู้คนเหล่านั้นไม่ได้หรือ?” ลู่เฉินพูดอย่างไม่พอใจ
“ข้ารู้ว่าเจ้าแข็งแกร่ง และรู้ว่าเจ้าไม่กลัวพวกเขา แต่ข้ากังวลว่าชายชราเหล่านั้นจะมองกระบี่วิญญาณนั่นออก” ไป๋หลี่ซานเกรงว่า หากลู่เฉินใช้กระบี่วิญญาณนั่น จะทำให้เป็นจุดสนใจของเหล่าผู้อาวุโส
ชายหนุ่มได้ฟังแล้วจึงยกยิ้ม “วางใจเถิด ก่อนที่ข้าจะพบคนที่ข้าตามหา ข้าจะไม่ใช้กระบี่วิญญาณนี้”
“หาคน?” ไป๋หลี่ซานไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดสิ่งใดอยู่กันแน่
ลู่เฉินไม่ได้อธิบายใด ๆ เพียงแค่พูดกับอีกฝ่ายว่า “รู้แค่เพียงว่า เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลก็พอ”
ไป๋หลี่ซานขานรับ ลู่เฉินจึงมองไปยังหลงซวง “คนผู้นั้น จะปรากฏตัวที่การรวมต