เป็นเพราะว่าความพิเศษของพื้นที่จิต ดังนั้นมันจึงสามารถทำให้วิญญาณของข้าและผู้อื่นเปลี่ยนแปลงได้” ไป๋หลี่ซานอธิบาย
ชายหนุ่มขานรับและมองไปยังไป๋หลี่ซาน “เช่นนั้น จะยอมแพ้หรือไม่?”
“ยอมแพ้?” ไป๋หลี่ซานขมวดคิ้ว
“ใช่ ยอมแพ้ข้า” ลู่เฉินฉีกยิ้มพลางมองไปยังไป๋หลี่ซานที่มีสีหน้าแปลกไปทันที
ชายหนุ่มเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นว่า “เจ้าก็เห็นแล้วว่าไม่มีทางเลือกอื่น”
ไป๋หลี่ซานรู้สึกหดหู่ใจ จากนั้นจึงมองไปยังจักรพรรดิกระบี่วิญญาณ “เหตุใดเขาจึงฟังเจ้า?”
“ความลับนี้ เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้” ลู่เฉินฉีกยิ้ม
ไป๋หลี่ซานถึงกับพูดไม่ออก
ลู่เฉินฉีกยิ้มพลางพูดขึ้นว่า “ให้เวลาเจ้าทบทวนสิบลมหายใจ”
สิบลมหายใจ?
เท่ากับว่าเหมือนไม่ให้เวลาในการทบกวน ดังนั้นไป๋หลี่ซานจึงไม่อยากข้องเกี่ยวกับอีกฝ่ายแล้ว “ได้ ข้ายอมแพ้!”
“ดีมาก!” ชายหนุ่มยิ้ม จากนั้นจึงเข้าไปยังเขตแดนโปร่งแสงที่จักรพรรดิกระบี่วิญญาณสร้างขึ้นมา และเดินไปประชิดด้านหน้าไป๋หลี่ซาน
ไป๋หลี่ซานพูดขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจ “เจ้าคิดจะทำสิ่งใด?”
“แน่นอนว่าต้องทิ้งตราประทับบางอย่างไว้บนวิญญาณของเจ้า” เมื่อลู่เฉินพูดจบ เขาก็เพิ่มตราประทับวิญญาณลงไปยังภายในร่างของไป๋หลี่ซาน
ไป๋หลี่ซานรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ “เจ้าทำสิ่งใดกัน?”
“ทำให้เจ้าไม่สามารถทรยศพลังของข้าได้”
ไป๋หลี่ซานรู้สึกตื่นตระหนก ด้วยกลัวว่าลู่เฉินจะสามารถทำลายตนได้ทุกเมื่อ และเมื่