งแต่ศาสตราวุธภูตเหล่านั้นดูดุดันและอันตรายมาก มันเป็นการโจมตีที่ดุเดือด แต่ยามที่โจมตีลงบนวิญญาณของลู่เฉินนั้นกลับดูนุ่มนวล
“วิญญาณของเจ้าหนุ่มผู้นี้ เหตุใดจึงแข็งแกร่งเพียงนี้?” ไป๋หลี่ซานพึมพำออกมา
แต่สิ่งที่ทำให้ไป๋หลี่ซานตกตะลึงก็คือ ไม่รู้ว่าบนร่างของลู่เฉินมีมวลพลังใดแผ่กระจายออกมา จึงทำให้ศาสตราวุธภูตที่อยู่ภายในโขดหินเหล่านั้น ‘สั่นเทา’ ได้
ขณะนั้นเอง ชายหนุ่มได้ยกยิ้มให้เหล่าศาสตราวุธภูต “พวกเจ้าควรจะรู้ว่าข้านั้นไม่ธรรมดา!”
กระบี่เล่มหนึ่งที่ลอยอยู่ได้กลายเป็นเงาวิญญาณชายหนุ่มวัยกลางคน ซึ่งได้เอ่ยถามชายหนุ่มว่า “เจ้าไม่ใช่คน!”
“เจ้ารู้ดีเพียงนั้นเชียวหรือ?” ลู่เฉินฉีกยิ้มพลางมองไปยังวิญญาณกระบี่
วิญญาณกระบี่รู้สึกหวาดกลัว จึงตะโกนไปยังศาสตราวุธภูตอื่น ๆ ว่า “ถอย!”
ศาสตราวุธภูตแต่ละชิ้นจึงถอยออกห่างจากโขดหิน แต่คำสาปภูตของลู่เฉินได้พันรัดกระบี่วิญญาณนั่นไว้แล้ว และยังให้กุ่ยเจี๋ยปรากฏตัวออกมา จากนั้นจึงคอยจับตาดูกระบี่วิญญาณไม่ให้มันหนีไปได้
กระบี่วิญญาณนี้ถูกพันรัดไว้ เมื่อไม่สามารถหนีได้ จึงจ้องมองลู่เฉินด้วยแววตาตื่นตระหนก “เจ้าคิดจะทำสิ่งใด?”
“เจ้าของของเจ้าตายแล้วหรือ?”
“ใช่!” กระบี่วิญญาณตอบไปตามตรง
“ได้ ต่อไปข้าอยากให้เจ้าติดตามข้า และข้าก็ต้องการความทรงจำของเจ้า”
กระบี่วิญญาณกลับพูดขึ้นมาสั้น ๆ “เกรงว่าเจ้าจะต้องผิดหวัง”
“หมายความว่าอย่างไร?”
“ก่อนที่เจ้าของศาสตราว