าไปตาย
ทว่าลู่เฉินยังคงไม่สนใจ จนกระทั่งผ่านไปครู่หนึ่ง จึงมาถึงด้านข้างของหน้าผาสูง และด้านหน้าของหน้าผานี้มีก้อนหินลอยอยู่ก้อนหนึ่ง
ไป๋หลี่ซานหันไปพูดกับชายหนุ่มว่า “กระโดดไปบนก้อนหินนั่น เจ้าก็จะสามารถมองเห็นเส้นทางไปยังยอดเขาได้”
“ง่ายเพียงนั้นเชียวหรือ?”
“ง่าย?” ไป๋หลี่ซานไม่รู้ว่าควรจะพูดกับอีกฝ่ายเช่นไรแล้ว
ลู่เฉินเพียงแค่ฉีกยิ้มแต่ไม่ได้พูดอะไร จากนั้นก็กระโดดออกไปจนร่างของเขาขึ้นไปยืนอยู่บนก้อนหิน จากนั้นตรงหน้าของชายหนุ่มจึงปรากฏขั้นบันไดขึ้นมา แต่รอบ ๆ บันไดนี้เต็มไปด้วยหมอกสีขาว ทำให้เมื่อมองด้วยตาเปล่าเขาเห็นบันไดเพียงไม่กี่ขั้นเท่านั้ัน
ลู่เฉินไม่ได้คิดมากเช่นนั้นจึงเดินขึ้นบันได และหายลับสายตาผู้คนตรงนั้นไป
“ท่านประมุข ท่านให้เขาขึ้นไปเช่นนั้นเลยหรือ?” กานจิ่วเม่ยคิดว่าไป๋หลี่ซานจะต้องสกัดกั้นไว้ แต่ปรากฏว่าไป๋หลี่ซานกลับไม่ทำเช่นนั้น
กู่ซานฉงเองก็สงสัยเช่นกัน
“หากเขาอยากไปตาย ก็ปล่อยเขาไป!” ไป๋หลี่ซานตะโกนขึ้นมา
สิ่งนี้ทำให้ทุกคนรู้สึกสับสน โดยเฉพาะกานจิ่วเม่ยที่พูดขึ้นมาด้วยความแปลกใจ “ท่านประมุข ท่านคิดว่าความสามารถเขาดีมิใช่หรือ ท่านอยากให้เขาเข้าร่วมภูเขาเดียวดายหรือไม่?”
“เข้าร่วมภูขาเดียวดาย? ข้าพูดเมื่อใดกัน?” ไป๋หลี่ซานย้อนถาม
“เช่นนั้น เหตุใดท่านจึงปล่อยเขาไป และยังให้เขามายังแดนต้องห้ามนี้อีก?” กานจิ่วเม่ยแปลกใจ
ไม่เพียงแต่กานจิ่วเม่ยเท่านั้น เพราะทุกคนต่า