งก็อยากรู้ว่าเมื่อครู่นั้นลู่เฉินทำสิ่งใดภายในพื้นที่จิตของไป๋หลี่ซาน
ไป๋หลี่ซานหวนคิดถึงเรื่องนั้นก็รู้สึกโมโหขึ้นมา แต่เขาไม่อยากบอกทุกคนว่าตนนั้น ‘ไร้ความสามารถ’ จึงทำได้เพียงตะโกนขึ้นมาว่า “ข้าเพียงแค่อยากเห็นว่าเขามีความสามารถมากเพียงใด จึงให้เขาได้ลองดูว่าเขาจะจัดการอย่างไร”
ลอง?
ทุกคนยังคงคลางแคลงใจ กานจิ่วเม่ยจึงพูดขึ้นว่า “ประมุข บททดสอบที่ท่านมอบให้เขานั้นดูจะรุนแรงเกินไปหรือไม่?”
ไป๋หลี่ซานไม่ได้ตอบกลับ
ในขณะที่กู่ซานฉงพูดขึ้นว่า “ข้ามายังภูเขาเดียวดายนานเพียงนี้ แต่ไหนแต่ไรยังไม่เคยเห็นผู้ที่จะเข้าร่วมภูเขาเดียวดายต้องเจอบททดสอบเช่นนี้มาก่อน”
คนอื่น ๆ ต่างก็เริ่มถกเถียงกันขึ้นมา
“เงียบปากซะ!” ไป๋หลี่ซานตะโกนขึ้นมาเสียงดัง
ทุกคนหยุดพูดทันที เสียงตะโกนนี้ยิ่งทำให้ทุกคนรู้สึกแปลกใจว่าเหตุใดไป๋หลี่ซานต้องโมโหเช่นนี้
แต่ตอนนี้ไม่มีผู้ใดสามารถอธิบายให้ไป๋หลี่ซานฟังได้ ทุกคนต่างก็มองหน้ากัน ขณะเดียวกันก็สงสัยว่าลู่เฉินจะมีชีวิตรอดออกมาได้หรือไม่
ส่วนไป๋หลี่ซานที่นั่งอยู่นั้นเอ่ยว่า “ข้าจะไปดูเสียหน่อย”
เพียงเห็นไป๋หลี่ซานหลับตาลง วิญญาณของเขาก็ได้ถูกม่านแสงสีดำปกคลุมไว้ จากนั้นจึงหายไปจากตรงนั้น
เมื่อวิญญาณของไป๋หลี่ซานปรากฏขึ้นอีกครั้ง จึงได้เห็นลู่เฉินยืนอยู่บนยอดเขาพอดี
บนยอดเขานี้มีพายุทรายพัดอยู่รอบ ๆ ขณะเดียวกันยังมีก้อนหินขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่เป็นจำนวนมาก บนก้อนหินให