ุใดจึงเคราะห์ซ้ำกรรมชัดเช่นนี้!”
“อย่าคิดเล่นตุกติก เราตกลงกันแล้ว” ลู่เฉินยิ้ม
กานจิ่วเม่ยคิดจะเล่นตุกติกแต่กลับไม่กล้า นางจึงทำเพียงมองไปยังลู่เฉินพลางพูดด้วยความโมโห “ว่ามาเถิด เจ้าอยากให้ข้าตอบคำถามใด?”
“หลงซวงผู้นั้น เจ้ารู้จักหรือไม่?” ชายหนุ่มถามนาง
กานจิ่วเม่ยถามด้วยความแปลกใจ “หลงซวง?”
“ใช่!”
กานจิ่วเม่ยและกู่ซานชิงสบตากันแล้วต่างก็มองไปยังลู่เฉินด้วยความแปลกใจ ลู่เฉินรู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดีนัก “ว่ามาเถิด!”
กานจิ่วเม่ยกล่าวว่า “รู้จัก เขาเป็นผู้ที่มีวิญญาณที่แข็งแกร่งคนหนึ่ง เพียงแต่ช่วงนี้เขาเก็บตัว”
“เก็บตัว?” ลู่เฉินยิ้ม
“เจ้ายิ้มอันใดกัน?” กานจิ่วเม่ยกลอกตา
ชายหนุ่มจึงอธิบายว่า “แต่ข้าได้ยินมาว่า เร็ว ๆ นี้เขาตายแล้ว และวิญญาณก็ถูกฆ่าไปแล้วเช่นกัน!”
เมื่อกานจิ่วเม่ยได้ฟังก็ตกตะลึง “เป็นไปได้อย่างไร? เมื่อวานข้าเห็นเขาปรากฏตัว!”
“ปรากฏตัว?” ลู่เฉินยิ่งรู้สึกสงสัย
“ไร้สาระ! เมื่อวานที่ประมุขภูเขาเรียกรวมตัวทุกคน เขาก็ยังมาปรากฏตัวอยู่เลย ถึงแม้จะปรากฏตัวออกมาเพียงไม่นานก็เข้าไปเก็บตัวต่อก็เถอะ” กานจิ่วเม่ยอธิบาย
ลู่เฉินไม่เชื่อ “เจ้าคงไม่ได้โกหกข้าใช่หรือไม่?”
“ไม่ได้โกหก? เช่นนั้นเจ้าก็ลองถามเขาดู” กานจิ่วเม่ยชี้ไปยังกู่ซานชิง
กู่ซานชิงพยักหน้ารับพลางพูดว่า “ใช่ เขาเก็บตัวมาหลายปีแล้ว นอกเสียจากประมุขภูเขาเรียกรวมตัวทุกคน เขาจึงออกมาเป็นครั้งคราว”
ชายหนุ่มถามออกมาอย