นมาด้วยความดีใจ “จัดการเรียบร้อย”
กู่ซานชิงเผยรอยยิ้มพึงพอใจออกมาเช่นกัน “ศิษย์พี่กาน ท่านทำเช่นนี้ตั้งแต่แรกก็ได้แล้วมิใช่หรือ?”
“ช่วยไม่ได้ ข้าเพียงแค่อยากลองดูว่าการป้องกันของเขานั้นแข็งแกร่งมากเพียงใด ในเมื่อทำลายไม่ได้ก็มีแต่เพียงต้องทำเช่นนี้เท่านั้น”
กู่ซานชิงพยักหน้ารับ “เป็นเพราะความเก่งกาจของศิษย์พี่ จึงหลอกเขาเช่นนี้ได้!”
“ใช่ ศิษย์พี่ของเจ้าเคยโง่เขลาด้วยหรือ?” กานจิ่วเม่ยกล่าวอย่างพึงพอใจ
เพียงแต่ในตอนนั้นเอง ชั้นน้ำแข็งรอบกายลู่เฉินก็ละลายลงแล้ว เพียงไม่นานเขาก็ฟื้นตัวกลับไปเป็นเช่นเดิม สิ่งนี้ทำให้ทั้งสองรู้สึกสับสนขึ้นมา
โดยเฉพาะกานจิ่วเม่ยที่จ้องมองไปทางชายหนุ่ม “เหตุใดเจ้าจึงไม่เป็นอันใดแม้แต่น้อย?”
“คิดจะให้ข้าเป็นอย่างไรหรือ?”
“ไร้สาระ!” กานจิ่วเม่ยคิดว่าความสามารถของตนนั้นแข็งแกร่งกว่ากู่ซานชิง ดังนั้นหากคิดจะแช่แข็งลู่เฉินย่อมง่ายกว่ามาก
เพียงแต่ครั้งนี้ อีกฝ่ายกลับไม่เป็นอะไร กานจิ่วเม่ยจึงรู้สึกสงสัย
สำหรับคำถามนี้ กู่ซานชิงอยากรู้เช่นกัน จึงมองลู่เฉินด้วยแววตาประหลาดใจ
ลู่เฉินฉีกยิ้มพลางมองคนทั้งสอง “ที่จริงแล้ว ไม่ว่าพวกเจ้าจะแช่แข็งข้าหรือทำให้ข้ากลายเป็นรูปปั้นสีทอง ข้าก็สามารถทำลายออกมาได้อย่างง่ายดาย”
“เป็นไปไม่ได้!” กานจิ่วเม่ยไม่เชื่อ
ลู่เฉินฉีกยิ้ม “ในเมื่อเจ้าแพ้แล้ว ก็ควรจะตอบคำถามของข้าได้แล้ว”
กานจิ่วเม่ยมีสีหน้าเปลี่ยนไป และพึมพำขึ้นมาในใจ “เหต