ม่ต้องการสิ่งเหล่านี้”
“เช่นนั้น เจ้าต้องการสิ่งใด?”
“เพียงคำตอบเดียว” ลู่เฉินยิ้ม
“คำตอบ?” กานจิ่วเม่ยรู้สึกสงสัยในความต้องการของอีกฝ่าย กู่ซานชิงที่อยู่อีกด้านหนึ่งก็อยากรู้เช่นกันว่าเกิดสิ่งใดขึ้น เขาจึงมองกานจิ่วเม่ยด้วยความประหลาดใจ
ลู่เฉินพยักหน้ารับพลางคลี่ยิ้ม “ใช่”
กานจิ่วเม่ยคิดว่าหากชนะลู่เฉินก็ไม่มีปัญหาใด ดังนั้นนางจึงตอบตกลง “ตกลง ไม่มีปัญหา!”
“เช่นนั้น เราก็มาเดิมพันกันต่อเถิด” ลู่เฉินแสยะยิ้ม
กานจิ่วเม่ยราวกับแกะที่รอการเชือด นางเดินเข้าประตูไปอย่างว่าง่าย กู่ซานชิงที่อยู่อีกด้านหนึ่งจึงพูดด้วยความปวดหัว “ศิษย์พี่กาน ท่านอย่าลองเลย!”
“หุบปากไปซะ!” กานจิ่วเม่ยตวาด
กู่ซานชิงจึงทำได้เพียงถอนหายใจออกมา
กานจิ่วเม่ยเริ่มทำข้อตกลงกับลู่เฉิน
เมื่อทุกอย่างจัดการเรียบร้อย กานจิ่วเม่ยพลันเผยรอยยิ้มประหลาดออกมา ซึ่งกู่ซานซิงไม่เข้าใจเช่นกันว่าเหตุใดนางจึงยกยิ้มเช่นนั้น
ชายหนุ่มยิ้ม “อย่างไรกัน? หาวิธีใหม่ได้แล้วหรือ?”
“ใช่!” เมื่อกานจิ่วเม่ยพูดจบ รอบกายจึงมีแสงสีน้ำเงินสว่างขึ้นมา ขณะเดียวกันรอบ ๆ ก็ปรากฏเสาสีน้ำเงินดูเลือนรางขึ้นมามากมาย ถึงแม้จะแตกต่างกับเสาสีทองของกู่ซานชิง แต่ผลลัพธ์นั้นไม่แตกต่างกัน
เพียงแต่ครั้งนี้ รอบกายลู่เฉินปรากฏแสงสีน้ำเงิน จึงทำให้เขากลายเป็นมนุษย์น้ำแข็งในทันที ราวกับถูกแช่แข็งไว้ตรงนั้น
ดังนั้น เมื่อกานจิ่วเม่ยแช่แข็งลู่เฉินไว้ตรงนั้นได้ จึงพูดขึ้