พราะเจ้าหนีไป จึงไม่นับ” นางเถียงออกมา
ลู่เฉินยกยิ้ม “การเดิมพันเมื่อครู่ ไม่ได้บอกว่าข้าไม่สามารถหนีได้”
กานจิ่วเม่ยได้ยินคำพูดของอีกฝ่ายก็ร้อนใจขึ้นมา “เช่นนั้นขออีกครั้ง”
“ทั้งสามครั้งผ่านไปแล้ว จะมีอีกครั้งได้อย่างไร?” ลู่เฉินราวกับกำลังย้ำเตือนอีกฝ่าย ก่อนจะยกยิ้มอย่างมีเลศนัย
กานจิ่วเม่ยรู้สึกขุ่นเคืองใจเป็นอย่างมาก กู่ซานชิงที่อยู่อีกด้านหนึ่งจึงพูดขึ้นมาว่า “ศิษย์พี่กาน ท่านกำลังแสดงจุดอ่อนออกมาอยู่”
“แสดงจุดอ่อน? เจ้าคิดว่ามันเป็นเช่นนั้นหรือ?” กานจิ่วเม่ยกำลังรู้สึกกังวล คำพูดของกู่ซานชิงทำให้นางรู้สึกโมโหขึ้นมา
กู่ซานชิงเห็นสีหน้าผิดปกติของกานจิ่วเม่ยจึงไม่กล้าพูดอะไรมากนัก ได้แต่เฝ้ามองอย่างเงียบ ๆ
ลู่เฉินมองไปยังกานจิ่วเม่ย “เจ้าจะนำทางข้าไป? หรือให้ข้าไปด้วยตัวเอง?”
กานจิ่วเม่ยรีบพูดขึ้นมาด้วยความร้อนใจ “ครั้งนี้จะเป็นสุดท้าย ถ้าหากข้าเอาชนะเจ้าได้ เจ้าก็จะได้ขึ้นไป แต่ถ้าหากเจ้าแพ้ เจ้าต้องลงไปจากภูเขานี้ซะ!”
“ไม่จำเป็นต้องประลองกับเจ้า ข้าก็สามารถขึ้นไปได้ เหตุใดจึงต้องประลองกันให้มากความ?” ลู่เฉินยิ้ม
“เช่นนั้น เจ้ามีความคิดเห็นอย่างไร?” กานจิ่วเม่ยพูดด้วยความกังวลใจ
“อยากจะประลองครั้งสุดท้ายนั้นย่อมได้ แต่อาจจะต้องให้ผลประโยชน์กับข้าสักเล็กน้อย?” ชายหนุ่มยิ้ม
“สมบัติวิญญาณ เม็ดยา หรือเคล็ดวิชา เจ้าเลือกได้หนึ่งอย่าง” กานจิ่วเม่ยพูดออกมาตรง ๆ
ช่ายหนุ่มส่ายหัว “ข้าไ