รือ?” ชิงอีถงสงสัย
เมื่อฟ่านหลงได้ฟังก็ดูเหมือนเขาจะเข้าใจอะไรบางอย่าง เขาจึงขมวดคิ้วมุ่น
“ช่างเถิด หลังจากที่ได้พบอาจารย์อีกครั้งค่อยว่ากัน” ชิงอีถงพูดด้วยความคับข้องใจเล็กน้อย หลังจากนั้นจึงบินไปนั่งอยู่บนหลังคาของตำหนัก เพื่อรอลู่เฉินและอาจารย์ของตนปรากฏตัวออกมา
ฟ่านหลงทำได้เพียงรออยู่เงียบ ๆ
…
ลู่เฉินตามเลี่ยเย่าเทียนจนมาถึงตำหนักบันทึก
ตำหนักบันทึกแห่งนี้ได้บันทึกข้อมูลรายนามของทุกคนที่เคยลงนามไว้ และแต่ละคนนั้นไปยังภูเขาลูกใด ที่นี่ล้วนมีบันทึกไว้ทั้งหมด
ดังนั้นเมื่อเลี่ยเย่าเทียนเข้าไปด้านใน จึงรีบตามหาชื่อผู้ที่มีนามว่าหลงซวง
ลู่เฉินมองไปรอบ ๆ จนกระทั่งหลังจากเวลาผ่านไปหนึ่งถ้วยชา เลี่ยเย่าเทียนจึงนำม้วนไม้ออกมาม้วนหนึ่ง เขาเปิดดูพลางพูดขึ้นมา “ดูนี่ มีบันทึกเกี่ยวกับผู้มีนามว่าหลงซวงไว้เมื่อหลายพันปีก่อน แต่เขาไปยัง…”
เมื่อเห็นตัวอักษรด้านหลังอีกไม่กี่ตัว เลี่ยเย่าเทียนจึงมีสีหน้าจริงจังขึ้นมา “เหตุใดจึงเป็นที่นี่?”
“ที่ใดกัน?”
“ภูเขาที่น่ากลัวที่สุดของหุบเขาลึก ภูเขาเดียวดาย”
“ภูเขาเดียวดาย? มีสิ่งใดน่ากลัวหรือ?”
เลี่ยเย่าเทียนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “ภูเขาแห่งนั้น เป็นสถานที่ที่รวบรวมยอดฝีมือทั่วทั้งหุบเขาลึกเอาไว้”
“สถานที่ที่รวบรวมยอดฝีมือ?”
“ใช่ ทุกคนที่มายังหุบเขาลึก ทุก ๆ ร้อยปี จะมีโอกาสในการประลองความสามารถกับผู้พิทักษ์ภูเขาเดียวดายหนึ่งครั้ง ถ้าหากเอาชนะเข