ยนจึงกล่าวว่า “มา บอกข้า เหตุใดวิญญาณของเจ้าจึงแข็งแกร่งเพียงนั้น ฝึกฝนอย่างไรกัน?”
“เจ้าอยากรู้?” ลู่เฉินถาม
“ใช่!”
“เรื่องนี้ ต้องให้เจ้าเข้ามาภายในร่างกายข้า ข้าถึงจะสามารถแสดงให้เจ้าดูได้” ลู่เฉินกล่าว
เลี่ยเย่าเทียนมองดูลู่เฉินที่ถูกตนพันธนาการด้วยเชือก เมื่อคิดว่าน่าจะไม่มีปัญหาใด จึงฉีกยิ้มพลางพูดว่า “ได้ ข้าจะเข้าไปดูวิญญาณภายในร่างกายเจ้าว่าเป็นอย่างไร”
“อาจารย์ อย่าหลงกลวิญญาณเจ้าหนุ่มผู้นี้” ชิงอีถงพูดด้วยความกังวลใจ
“วางใจเถิด เขาก็เพียงแค่เจ้าหนุ่มคนหนึ่ง ถึงแม้จะแข็งแกร่ง แต่สำหรับข้าก็เป็นเพียงตุ๊กตาตัวเล็กตัวหนึ่งเท่านั้น” เลี่ยเย่าเทียนพูดอย่างอวดดี
ชิงอีถงยังคงรู้สึกกังวลใจ
เลี่ยเย่าเทียนหลับตาลง วิญญาณเขาพุ่งเข้าสู่ภายในร่างของลู่เฉิน ภายในพื้นที่จิตของลู่เฉินนั้น ชายหนุ่มได้รอคอยอยู่ที่นั่นนานแล้ว
เมื่อเลี่ยเย่าเทียนเข้าไปจึงมองไปยังวิญญาณของลู่เฉินพลางฉีกยิ้ม “ว่ามาเถิด เจ้าฝึกทักษะใดกัน เหตุใดจึงฝึกวิญญาณได้แข็งแกร่งมากกว่าผู้คนทั่วไปนัก”
“เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะจับเจ้าหรือ?” ชายหนุ่มยิ้ม
เลี่ยเย่าเทียนเอ่ยอย่างมั่นใจ “เจ้าหนุ่ม ถึงแม้เจ้าจะแข็งแกร่งกว่านี้ถึงสิบเท่า เจ้าก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า และไม่สามารถทำอันใดข้าได้”
“โอ้? อย่างนั้นหรือ?”
“อย่างไรหรือ? ไม่เชื่อ?” เลี่ยเย่าเทียนเห็นอีกฝ่ายยังกล้าอวดดีเช่นนี้จึงยื่นมือขวาออกมา ตรวนวิญญาณสีแดงเพลิงจึงปรากฏขึ้นและ