แข่งขันได้ แต่ก่อนที่จะหมดเวลาครึ่งชั่วยาม ถ้าหากไม่สามารถ ‘แย่ง’ ที่นั่งมาได้ก็จะถูกตัดสินแพ้ จากนั้นจะถูกนำตัวออกไป
ดังนั้นหลังจากจบการแข่งขันรอบบ่ายแล้ว ผู้ที่พ่ายแพ้แต่ละคนจะถูกนำตัวไป ส่วนผู้ที่ชนะจะรออยู่อีกด้านหนึ่ง
คนในรอบบ่ายได้เตรียมตัวพร้อมแล้ว
ฟ่านหลงค่อย ๆ อ่านรายชื่อออกมา และมองไปยังลู่เฉิน “เจ้าหนุ่ม ถึงตาเจ้าแล้ว!”
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืน ปรมาจารย์หยวนจึงเอ่ยเตือนว่า “ระวังตัว โดยเฉพาะชายหนุ่มที่ใช้เสียงผู้นั้น”
“เพียงแค่คนเลวที่ออกมาอาละวาดเท่านั้น” ลู่เฉินยิ้ม จากนั้นจึงเดินออกไป
คนเลวที่ออกมาอาละวาด?
ปรมาจารย์หยวนไม่รู้ว่าเหตุใดลู่เฉินจึงมั่นใจเช่นนี้
ฟ่านหลงมองไปยังลู่เฉินพลางเผยรอยยิ้มเย็นชา “เจ้าหนุ่ม หวังว่าอีกไม่นานเจ้าจะรักษาชีวิตไว้ได้”
ลู่เฉินไม่เอ่ยตอบ แต่เดินไปยังด้านข้างของห้า ‘ที่นั่ง’ และในขณะนั้นบริเวณดังกล่าวก็มีผู้อื่นยืนอยู่เช่นกัน
คนเหล่านี้พร้อมที่จะเคลื่อนไหวเพื่อครอบครองที่นั่งในทันที แต่ลู่เฉินกลับไม่สนใจ เพราะอย่างไรก็ยังมีเวลามากพอ
และในขณะนั้นเอง ฟ่านหลงจึงพูดกับทั้งยี่สิบคนว่า “กฎนั้น ข้าจะไม่พูดให้มากความ!”
คนเหล่านั้นจึงเตรียมตัวครอบครองที่นั่งในทันที
จนกระทั่งจบประโยคเริ่มการทดสอบของฟ่านหลง มีเพียงไม่กี่คนที่มีความเร็วสูงที่สามารถ ‘นั่ง’ ลงไปในทันที จากนั้นจึงเปิด ‘ม่านป้องกัน’ ปกป้องตนไว้ และมีบางคนนำสมบัติวิญญาณออกมา ใช้สมบัติวิญญาณกลายเ