แล้วยิ่งหลาย ๆ สถานที่ถูกจำกัดการมองเห็น ดังนั้นจึงไม่รู้ถึงสถานการณ์ของภูเขาลูกอื่น” ปรมาจารย์หยวนกล่าว
ลู่เฉินเข้าใจขึ้นมาแล้ว
และในขณะนั้นเอง ฟ่านหลงได้เดินมายังใต้ต้นไม้ที่ชิงอีถงยืนอยู่ พลางพูดขึ้นมาด้วยความโกรธแค้น “รอบบ่าย ต้องจัดการเขาให้ข้า!”
“เพียงแค่ขั้นหลอมแก่นแท้คนหนึ่งมิใช่หรือ จำเป็นต้องเรียกข้าออกมารึ?” ชิงอีถงถาม
“ศิษย์พี่ มีบางอย่างที่ท่านไม่รู้ เจ้าหนุ่มผู้นี้ช่างแปลกประหลาดมากนัก!”
“แปลกประหลาดมาก?”
“เขาสามารถทำลายการป้องกันของข้าได้ และทำให้ข้าบาดเจ็บได้ ที่สำคัญ ยังสามารถควบคุมโล่สีทองศาสตราวุธศักดิ์สิทธิ์ของข้าได้!” ขณะที่ฟ่านหลงพูดออกมานั้น ตนเองก็ยังไม่อยากจะเชื่อ
ส่วนชิงอีถงนั้นคิดว่าตนอาจจะฟังผิด “ศิษย์น้อง เจ้าคงไม่ได้กำลังพูดเรื่องตลกใช่หรือไม่?”
“เรื่องตลก?”
“ใช่!”
“ไม่ใช่ นี่คือเรื่องจริง เจ้าหนุ่มผู้นั้นแปลกมาก และผู้คนจำนวนมากในบริเวณนั้นต่างก็เห็น!”
“เช่นนั้นข้าจะรอดู”
“แล้วอย่าให้เขาเอาชนะการทดสอบได้อย่างเด็ดขาด มิเช่นนั้นอาจจะเป็นเรื่องยากในการอธิบายต่อท่านอาจารย์”
“เข้าใจแล้ว” ชิงอีถงตอบ
ได้ยินเช่นนั้นฟ่านหลงจึงคลายกังวล จากนั้นจึงเดินกลับเข้าไปยังกลุ่มคน และจัดกลุ่มการแข่งขันในรอบบ่ายต่อไป
การแข่งขันนี้ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วยาม ดังนั้นก่อนจะที่หมดเวลา นอกจากคนที่นั่งบน ‘ที่นั่ง’ ทั้งห้าแล้ว อีกสิบห้าคนที่เหลือต้องแย่งชิง และสามารถพักระหว่างการ