คนผู้นั้นเป็นศิษย์พี่ของฟ่านหลง มีนามว่าชิงอีถง” ปรมาจารย์หยวนกล่าว
“โอ้? เก่งกาจมากหรือไม่?”
“เขาฝึกเคล็ดวิชาคลื่นเสียง”
“คลื่นเสียง?” ชายหนุ่มไม่รู้ว่าคือสิ่งใด
ปรมาจารย์หยวนจึงอธิบายว่า “เสียงของเขา สามารถส่งผลกระทบต่อคนได้”
“ส่งผลกระทบต่อคน?”
“ตัวอย่างเช่น ทำให้พลังบางอย่างของคนแข็งแกร่งขึ้น หรือพลังบางด้านนั้นอ่อนแอลง” ปรมาจารย์หยวนกล่าวเตือน
เมื่อชายหนุ่มได้ฟังก็ยกยิ้มออกมา “ก็ไม่มีเห็นจะต้องกลัว”
“เขาเป็นหนึ่งในศิษย์เก่าที่มีความดื้อรั้น แต่มีพลังที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก” ปรมาจารย์หยวนยังคงเตือนต่อไป
“ศิษย์เก่าที่ดื้อรั้น?”
“ก็คืออาจารย์ของพวกเขา ชายผู้นั้นต้องการให้ข้านำชุดคลุมมอบให้เขาเพื่อตรวจสอบ ข้าไม่ยอมให้ เขาจึงคุกคาม ไม่ปล่อยให้ข้ามีความสุข” ปรมาจารย์หยวนพูดด้วยความหดหู่ใจ
ชายหนุ่มยิ้มฝืดฝืน “พวกเจ้าคนของหุบเขาลึกมีการต่อสู้รุนแรงเพียงนี้เชียวหรือ?”
“ไม่ใช่ว่ารุนแรงหรือไม่ แต่คนจำนวนมากต่างดูถูกอีกฝ่าย แต่ยังดีที่หุบเขาลึกมีกฎห้ามทะเลาะกันเป็นการส่วนตัว ถ้าหากตรวจพบก็จะถูกจัดการ ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าทำอันใดข้าอย่างโจ่งแจ้งนัก” ปรมาจารย์หยวนพูดด้วยความพึงพอใจ
ชายหนุ่มคลี่ยิ้ม “หุบเขาลึกนี้ เจ้าเคยไปกี่สถานที่?”
“น้อยมากนัก เพราะภูเขาส่วนมากไม่เปิดให้คนนอกเข้า หมายความว่า ตนอยู่ในภูเขาลูกใดก็จะสามารถเข้าได้เพียงภูเขาลูกนั้น ถ้าหากไปยังภูเขาลูกอื่น อาจจะถูกคนไล่ออกมาได้