เหล่านี้จึง ‘ระเบิด’ ในบริเวณที่ลู่เฉินอยู่ทันที
ตูม!
ไฟเพลิงปะทุขึ้นรอบ ๆ ปรมาจารย์หยวนจึงมั่นใจว่าลู่เฉินไม่ตายก็อาจบาดเจ็บ แต่เมื่อไฟเพลิงปะทุขึ้น ชายหนุ่มกลับหายไปทันที
“คนล่ะ?” ปรมาจารย์หยวนรู้สึกสงสัย
ชายหนุ่มฉีกยิ้ม “ข้าอยู่ทางนี้”
ปรมาจารย์หยวนหมุนตัวไปตามเสียง จึงได้เห็นอีกฝ่ายที่วิ่งออกไปอยู่ห่างจากเขตแดนพอดี
ปรมาจารย์หยวนพลันตกตะลึง “เหตุใดเจ้าจึงวิ่งออกไปด้านนอกได้?”
“เพราะว่าข้าก็เข้าใจค่ายกลเช่นกัน!” ชายหนุ่มฉีกยิ้มพลางมองไปยังปรมาจารย์หยวน
ปรมาจารย์หยวนไม่เชื่อ จึงคิดจะควบคุมค่ายกลนี้อีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาพบว่าการควบคุมค่ายกลครั้งนี้แตกต่างจากก่อนหน้านี้ “เกิดเรื่องใดขึ้น?”
“ข้าเปลี่ยนแปลงค่ายกลเล็กน้อย” ลู่เฉินฉีกยิ้มพลางมองอีกฝ่าย
ปรมาจารย์หยวนเบิกตากว้าง “อันใดนะ? เปลี่ยนเล็กน้อย?”
“ใช่ มีปัญหาหรือ?” ชายหนุ่มยิ้ม
ปรมาจารย์หยวนมองลู่เฉินราวกับเป็นตัวประหลาด “ค่ายกลนี้เป็นค่ายกลศักดิ์สิทธิ์หกดาว อย่าว่าแต่จะเปลี่ยน เพียงจะออกไปนั้นยังยาก!”
“ผู้อื่นก็คือผู้อื่น ข้าก็คือข้า” ลู่เฉินฉีกยิ้ม
ปรมาจารย์หยวนไม่เชื่อ จึงใช้ก้อนหินเหล่านั้นโจมตีค่ายกล แต่ค่ายกลยังคงไม่เป็นอะไร
ลู่เฉินที่อยู่ตรงนั้นจึงยิ้มพลางพูดขึ้นว่า “เจ้าควรจะรู้ถึงพลังของค่ายกลนี้ ดังนั้นหากเจ้าคิดจะออกมา จงร่วมมือกับข้า มิเช่นนั้นข้าจะเปลี่ยนค่ายกลให้อันตรายขึ้นอีกเล็กน้อย เมื่อถึงเวลานั้น กายเนื้อของเ