จ้าอาจจะไม่ดีเช่นนี้แล้ว”
“ร่วมมือกับเจ้า?”
“ใช่ ตอบคำถามข้า” ชายหนุ่มมองเขาด้วยรอยยิ้ม
“ฝันไปเถิด!” ปรมาจารย์หยวนไม่ยอมเจรจาใด ๆ ลู่เฉินจึงทำได้เพียงเปลี่ยนแปลงค่ายกลอีกครั้ง
ปรมาจารย์หยวนคิดหาวิธีต่าง ๆ เพื่อเปิดค่ายกลนี้ แต่ไม่ว่าจะพยายามมากเพียงใดก็ไม่สามารถทำลายได้ และลู่เฉินได้วางหมากไว้ภายในค่ายกลนี้ไม่น้อย ทำให้ค่ายกลมีความน่าหวาดกลัวมากยิ่งขึ้น
ดังนั้นไม่ว่าปรมาจารย์หยวนจะทำเช่นไร ก็ไม่สามารถทำอะไรค่ายกลนี้ได้ ทำให้ปรมาจารย์หยวนโมโหจนด่ากราดออกมา “เจ้าหนุ่ม เชื่อหรือไม่ว่าข้าสามารถให้คนของหุบเขาลึกนี้มาสังหารเจ้าได้!”
“หุบเขาลึก มีผู้ที่เก่งกาจกว่าเจ้าหรือ?”
“ไร้สาระ หุบเขาลึกมีแต่ผู้แข็งแกร่ง และยังมีปรมาจารย์ค่ายกลเป็นจำนวนมาก ดังนั้นทางที่ดีเจ้าควรเลือกที่จะปล่อยข้าไปซะ จากนั้นจึงสำนึกผิดต่อข้า เช่นนี้ข้าจึงจะยอมปล่อยเจ้าไปได้ มิเช่นนั้นเจ้าอย่าคิดว่าจะมีชีวิตรอดออกไปได้” ปรมาจารย์หยวนมีทักษะที่ข่มขู่ให้ผู้อื่นหวาดกลัวได้ดีไม่น้อย
ลู่เฉินฉีกยิ้ม
ปรมาจารย์หยวนเห็นว่าลู่เฉินยังกล้ายิ้ม จึงเบิกตากว้างพลางพูดขึ้นว่า “เจ้าคิดว่าข้าไม่กล้าเรียกคนอื่นมาหรือ?”
“เจ้าลองเรียกเสียหน่อย”
ปรมาจารย์หยวนบันดาลโทสะขึ้นมา จากนั้นจึงนำกระดาษยันต์ออกมาและพูดกับอีกฝ่ายว่า “เจ้าหนุ่ม เพียงแค่ข้าเคลื่อนไหว ก็สามารถเรียกคนจากหุบเขาลึกนี้ออกมาได้”
“เจ้าลองเคลื่อนไหวดู” ชายหนุ่มทำท่าทางเหมือนไม