ร้งทำเป็นกล้าหาญมากขึ้น
เวลานี้เจี่ยอันชี้ไปที่มนุษย์ไม้ข้าง ๆ เขา “ดูสิ บรรพบุรุษของตระกูลหั่ว”
เมื่อหั่วลั่งเห็น เขาก็ตกใจ และรีบพูดด้วยความเคารพว่า “บรรพบุรุษ”
แต่มนุษย์ไม้นั้นถูกลู่เฉินแยกออก ดังนั้นหั่วเตาหลางที่อยู่ในมนุษย์ไม้จึงไม่สามารถรับรู้ถึงภายนอกได้ ดังนั้นไม่ว่าหั่วลั่งจะพูดคำใด เขาก็ไม่สามารถรับรู้ได้
สิ่งนี้ทำให้หั่วลั่งงงงวย “บรรพบุรุษของข้า เกิดอันใดขึ้น?”
“ข้าไม่เข้าใจ” ฟาเทียนก็ไม่เข้าใจเช่นกัน
ในยามนี้เสียงของลู่เฉินดังขึ้นในสมบัติวิญญาณ “เขากำลังพักผ่อน พวกเจ้าอย่ารบกวนเขา”
ทุกคนทำได้เพียงเงียบเสียงลง แต่หั่วลั่งอยากรู้เหลือเกินว่าลู่เฉินคือใคร และเหตุใดเขาถึงส่งบรรพบุรุษของเขามาที่นี่ได้ตามต้องการ
แต่ไม่มีใครอธิบายให้เขาฟัง ดังนั้นหั่วลั่งจึงได้แต่ยืนอึ้งอยู่อย่างนั้น
หลังจากนั้นไม่นาน เสียงของชายหนุ่มก็ดังขึ้นอีกครั้ง “หั่วลั่ง เจ้าออกมาก่อนเถิด”
หั่วลั่งไม่รู้ว่าเหตุใดจู่ ๆ ลู่เฉินถึงอยากปล่อยเขาออกไป จนกระทั่งเขาออกมาข้างนอก เขาก็ตกตะลึง “ไม่ใช่หมอกขาวหรอกหรือ? เหตุใดทุกที่ถึงกลายเป็นเปลวเพลิงล่ะ?”
ชายหนุ่มกล่าวว่า “ตอนที่ข้าเข้ามาครั้งแรก มันเป็นหมอกสีขาวทั้งหมด แต่หลังจากหลีกเลี่ยงหมอกสีขาว เมื่อข้าเข้าไปข้างใน มันก็เป็นเปลวเพลิงเช่นนี้”
หั่วลั่งตกตะลึง เพราะเปลวเพลิงเหล่านี้ ‘เติบโต’ อยู่บนต้นไม้หรือหินบางก้อน แต่พวกมันจะไม่สร้างความเสียหายให้กับต้นไม้แ