ันแน่?”
ยามนี้ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างก็อยากรู้ แต่ไม่มีใครอธิบายให้พวกเขาฟังได้ ดังนั้นทุกคนจึงได้แต่เฝ้าดูอยู่เช่นนี้ ในขณะที่ผู้คนจากตระกูลอื่นต่างก็แยกย้ายกันไป
หลังจากนั้นไม่นาน ชายหนุ่มก็ถูกพาเข้าไปในถ้ำ และด้านในก็มีค่ายกลอยู่แห่งหนึ่ง
หลังจากเข้าไปในค่ายกลนี้ก็พบว่านี่คือสถานที่ที่ตระกูลหั่วเก็บบันทึกต่าง ๆ ไว้
หัวหน้าตระกูลหั่วพูดอย่างงุ่มง่ามกับลู่เฉินว่า “เอ่อ ใต้เท้า ที่นี่คือที่ที่ตระกูลหั่วของเราใช้เก็บข้อมูล”
“ช่วยข้าหาข้อมูลเกี่ยวกับผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณรวมทั้งหุบเขาลึกด้วย” ชายหนุ่มมองไปรอบ ๆ และล้วนมีแต่ข้อมูล ดังนั้นเขาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากหันไปหาผู้นำตระกูลหั่ว และขอให้เขาช่วยเหลือ
ดวงตาของผู้นำตระกูลหั่วเบิกกว้างเมื่อเขาได้ยินคำว่า “ผู้เฒ่าชิงรากวิญญาณ?”
“ให้เจ้าหาเจ้าก็หาไป” หั่วเตาหลางกล่าวอย่างอ่อนแอ
“ขอรับ” ผู้นำตระกูลหั่วรีบค้นหาทันที
ลู่เฉินมองไปที่หั่วเตาหลาง “เจ้าค่อนข้างอ่อนแอ เจ้าไปพักผ่อนเถิด”
“ข้าจะคอยดู มิฉะนั้นชนรุ่นหลังเหล่านี้จะเป็นอย่างไรก็ยังไม่รู้” หั่วเตาหลางไม่วางใจ
“วางใจเถิด” ชายหนุ่มรู้ว่าอีกฝ่ายต้องการพักผ่อน ดังนั้นเขาจึงยังคงเกลี้ยกล่อมต่อไป
แน่นอนว่าหั่วเตาหลางย่อมไม่ฟัง แต่ลู่เฉินไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำหน้าบูดบึ้ง “นี่เป็นคำสั่ง”
ทันทีที่หั่วเตาหลางได้ยินคำสั่ง เขาก็พูดขึ้นมาทันทีว่า “ขอรับ นายท่าน”
เห็นเพียงมนุษย์ไม้หั่วเตาหลางล้มลงไปท