หั่วเตาหลางที่อยู่ในมนุษย์ไม้พูดด้วยความ ‘ ประหม่า’ เล็กน้อย
ลู่เฉินพยักหน้า
“เจ้า เป็นเขาจริง ๆ หรือ?” หั่วเตาหลางเริ่มสั่นเล็กเทาน้อย
ทุกคนต่างสงสัยว่าหั่วเตาหลางถามคำถามใด
ยามนี้คุณชายสี่ฟางพลันแค่นเสียงหึ “ข้าไม่เชื่อว่าคนแก่อย่างเจ้าจะสามารถต่อกรกับฝูงอสูรปลวะกินโครงกระดูกของข้าได้!”
หลังจากพูดจบ บนท้องฟ้าก็มีฝูงปลวะบินผ่านไปมา
ตระกูลหั่วต่างก็ตกตะลึง และหั่วเตาหลางวางแผนจะควบคุมมนุษย์ไม้ให้สำแดงอิทธิฤทธิ์ แต่ลู่เฉินกลับกล่าวว่า “เจ้าพักผ่อนเถอะ ปล่อยให้ข้าจัดการเอง”
ทุกคนคิดว่าพวกเขาได้ยินผิดไป
หั่วเตาหลางก็ตกตะลึงเช่นกัน
ลู่เฉินไม่ให้การพบหน้าครั้งนี้ทำให้หั่วเตาหลางตกอยู่ในอันตรายจากการสูญเสียจิตวิญญาณ ดังนั้นหลังจากที่ชายหนุ่มปลอบโยน เขาก็ออกไปและยิ้มให้กับคุณชายสี่ฟาง “มาเถอะ ให้ข้าดูหน่อยว่าอสูรปละวะเหล่านี้มีฝีมืออย่างไร!”
หลังจากที่เห็นลู่เฉินกล้าลุกขึ้นยืนและขวางอสูรปลวะเหล่านี้ คนจากตระกูลอื่นต่างก็ประหลาดใจ และคนจากตระกูลฟางก็หัวเราะเยาะ
“ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงจริง ๆ”
“รอถูกกินกะโหลกเถิด!”
“เจ้าคนรนหาที่ตาย!”
หั่วลั่งที่อยู่ตรงนั้นกำลังโมโห ในขณะที่ผู้นำตระกูลหั่วมีสีหน้าเคร่งขรึม ส่วนฟาเทียนก็ยังคงสงบมาก แต่เจี่ยอันนั้นค่อนข้างใจร้อนเล็กน้อย “ครานี้แย่แล้ว”
และหัวเตาหลางผู้นั้นก็คิดจะลงมือ แต่เมื่อเห็นแผ่นหลังของลู่เฉิน ท่าทางแบบนั้น น้ำเสียงนั้น จิตวิญญาณของเขาก็เอ