ะป้องกันที่คุณชายสี่ฟางรวมรวมขึ้นนั้นก็ต้านทานได้เพียงเล็กน้อย ไม่นานลูกธนูถัดไปของลู่เฉินก็ถูกยิงมาอีก และความเร็วยังรวดเร็วมาก
คุณชายสี่ฟางนั้นตื่นกลัวขึ้นมาทันทีและรวบรวมเกราะป้องกันอีกครั้ง
แต่การโจมตีด้วยลูกธนูของอีกฝ่ายนั้นเร็วขึ้นเรื่อย ๆ ในที่สุดเกราะป้องกันก็ทนไม่ไหว คุณชายสี่ฟางถูกยิงเข้าอย่างกะทันหัน นั่นจึงทำให้คุณชายสี่ฟางตะโกนบอกคนในตระกูลว่า “ถอย!”
คนของตระกูลฟางพลันกรูหนีกันออกไป
ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างพากันตกตะลึง
หั่วลั่งตะโกนอย่างตระหนก “อย่าหนีนะ!”
ไม่หนีก็โง่แล้ว
หลังจากนั้นไม่นานคนของตระกูลฟางก็ไม่เหลือแม้แต่คนเดียว หั่วลั่งหันกลับมาส่งยิ้มให้ลู่เฉิน “ท่านพี่ ท่านแข็งแกร่งเกินไปแล้ว”
ชายหนุ่มไม่พูด แต่เก็บคันธนูและมองไปที่มนุษย์ไม้ “ข้าจะเข้าไปคุยกับเจ้า!”
ทุกคนต่างสงสัยว่าลู่เฉินหมายถึงเรื่องใด แต่ในยามนี้ลู่เฉินร่ายวิชาอัสนีวิญญาณและกลายเป็นเงาวิญญาณอัสนีเข้าไปในร่างมนุษย์ไม้
ภายในร่างกายของมนุษย์ไม้นี้มีห้วงจิตสำนึกแห่งหนึ่ง
ห้วงจิตสำนึกนี้ความจริงแล้วเป็นค่ายกล
ในค่ายกลนี้มีหมอกสีขาว และชายหนุ่มก็เดินผ่านหมอกสีขาวไป และเห็นชายชรานั่งขัดสมาธิอยู่ ท่าทางของเขาแลดูอ่อนแอเล็กน้อย และทั่วสรรพางค์กายยังถูกพันธนาการด้วยกุญแจมือสีแดงเพลิง
ชายชราหรี่ตาทั้งสองข้างลง แต่เมื่อเขาเห็นลู่เฉิน เขายังคงพูดอย่างตื่นเต้นด้วยจิตวิญญาณที่กำลังจะหลับว่า “ใต้เท้า ท่านหรือ?”
“ข้