โซ่ตรวนเหล่านี้ค่อย ๆ ลอยออกไป จากนั้นจึงพันรัดคุณชายฟางเอ๋อไว้
คุณชายฟางเอ๋อตะลึงงันไปชั่วขณะ คิดจะปลดโซ่ตรวนเหล่านี้ออกไป แต่กลับพบว่าโซ่ตรวนนี้กำลังดูดซึมซับพลังปราณของตนอยู่
สิ่งนี้ทำให้คุณชายฟางเอ๋อตื่นตระหนก “เจ้าหนุ่ม เจ้าทำสิ่งใดกันแน่?”
ทุกคนต่างก็อยากรู้ว่าเกิดเรื่องใดขึ้น มีเพียงลู่เฉินที่ยิ้มพลางพูดขึ้นมาว่า “เจ้าย่อมทำตนเอง เพราะฉะนั้นจึงหลีกหนีไม่ได้!”
“เจ้าคิดจะทำสิ่งใดกันแน่?” คุณชายฟางเอ๋อรู้สึกร้อนใจขึ้นมา
“ข้าควบคุมค่ายกลแล้ว!” คำพูดของชายหนุ่มทำให้ผู้คนในบริเวณนั้นตกตะลึง
“ว่าอย่างไรนะ? เจ้าควบคุมค่ายกลแล้ว?” คุณชายฟางเอ๋อไม่เชื่อ
ลู่เฉินเพียงแค่ยกยิ้ม “เจ้าคงไม่ได้คิดว่ามีเพียงเจ้าที่เป็นปรมาจารย์ค่ายกลหรอกนะ?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น คุณชายฟางเอ๋อจึงหวาดกลัวขึ้นมา โดยเฉพาะตอนนี้ที่เขายังไม่สามารถปลดโซ่ตรวนนี้ได้ ทำให้เขาพูดขึ้นมาด้วยความโมโห “เจ้าจงรีบหยุดค่ายกลนี้ซะ!”
ลู่เฉินไม่สนใจ คุณชายฟางเอ๋อจึงรีบมองไปยังฝานเตาบุตรศักดิ์สิทธิ์ทันที “บุตรศักดิ์สิทธิ์ รีบบอกให้เขาหยุดซะ!”
“ค่ายกลนี้ ท่านเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเอง หากอยากให้ค่ายกลนี้หยุดลงท่านก็ต้องจัดการเอง” เมื่อฝานเตาพูดจบ ก็ยิ่งทำให้คุณชายฟางเอ๋อโมโหมากขึ้น
คนของลัทธิกระบี่สวรรค์ต่างถกเถียงกัน บางคนพูดขึ้นมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ “เจ้าหนุ่มผู้นี้ น่ากลัวเกินไปหรือไม่?”
“ใช่ เพียงแค่ขั้นหลอมแก่นแท้ แต่ยังเชี่ยวชาญ