้มครอง”
“เป็นไปได้จริง ๆ!”
….
ฟาเทียนไม่คาดคิดว่าเขาจะถูกคนเหล่านี้ดูถูก เขาโกรธจัด ขณะที่เจี่ยอันซึ่งอยู่อีกฟากหนึ่งส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้
“มาเลย!” ลู่เฉินไม่สนใจคนอื่น แต่จ้องไปที่ฟางคง
ฟางคงรู้สึกว่าการฆ่าลู่เฉินในคราเดียวเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ ดังนั้นเขาจึงยื่นมือขวาออกไป จากนั้นแสงสีทองก็รวมตัวกันที่ฝ่ามือนี้ และกลายเป็นเชือกสีทอง
ครู่ต่อมา เชือกสีทองก็ลอยไปที่ร่างของลู่เฉินแล้วมัดเรือนร่างของเขาเอาไว้
พอประหน้ากันก็ถูกจัดการทันที คนเหล่านั้นส่งเสียงสูดปาก และบางคนถึงกับหัวเราะ “ดูสิ ถูกจับได้ทันที”
หั่วลั่งพลันร้อนใจเสียแล้ว “เหตุใดเจ้าถึงไม่ใช้อสูรตาเดียวของเจ้า?”
“อสูรตาเดียว?” ลู่เฉินไม่ได้ตั้งใจจะใช้อสูรตาเดียว เขาจึงเอ่ยด้วยความตกตะลึง
“ใช่ อสูรตาเดียวตัวนั้น!” หั่วลั่งโกรธจนแทบบ้าเสียแล้ว
เมื่อทุกคนได้ยินว่ามีอสูรตาเดียว พวกเขาก็คิดว่าหั่วลั่งกำลังทำให้ผู้คนหวาดกลัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งฟางคงที่ยิ้มแปลก ๆ “หั่วลั่ง อย่าทำให้ตกใจเลย”
“เขามีอสูรตาเดียว ไม่อย่างนั้นข้าจะถูกเขาจับไว้ได้อย่างไร” หั่วลั่งรู้สึกหดหู่ใจอย่างมาก แต่ลู่เฉินได้เก็บแมลงและอสูรปีศาจไปนานแล้ว ดังนั้นหั่วลั่งจึงมองไม่เห็นร่องรอยใด ๆ
ทุกคนรู้สึกว่าหั่วลั่งกำลังโกหก
ฟางคงเย้ยหยันว่า “เจ้าคิดเถิดว่าอีกเดี๋ยวจะให้สิทธิ์นั้นแก่ข้าอย่างไร”
หั่วลั่งรู้สึกหวาดกลัว เดิมทีเขาหวังว่าลู่เฉินจะใช้อสูรปีศาจแก้ปัญหาฟางคง