ันใดหรือ?” เมื่อเห็นอีกฝ่ายหัวเราะเยาะตน อสูรหอยทากตาเดียวจึงเอ่ยถามขึ้นมา
ลู่เฉินส่ายศีรษะก่อนจะยิ้มออกมา “ไม่มีอันใด”
“ต่อไปนี้ เจ้าสามารถเรียกข้าว่าอาหนิวได้”
ชายหนุ่มพยักหน้ารับ “ได้”
“เจ้าอยากรู้สิ่งใด ข้าสามารถบอกเจ้าได้” อาหนิวพูดขึ้นมาด้วยความสนใจ
ลู่เฉินมองไปยังมันพลางเอ่ยถาม “เจ้ามาพระราชวังนี้ได้อย่างไร? และเจ้าเข้าใจที่นี่มากน้อยเพียงใด?”
อาหนิวมีสีหน้าสับสน “ข้าก็ไม่รู้ว่ามายังพระราชวังนี้อย่างไร รู้เพียงแค่เมื่อตื่นขึ้นมาก็อยู่ภายในพื้นที่นี้แล้ว ส่วนเรื่องเข้าใจมากเพียงใดนั้นก็นับว่าไม่มาก เพราะข้าไม่เคยออกไปจากบริเวณนี้เลย”
“ตื่นขึ้นมา?”
“ใช่ เมื่อข้าตื่นขึ้นมาก็มาอยู่ท่ามกลางผืนป่านี้แล้ว” อาหนิวตอบกลับ
“เช่นนั้นผืนป่าแห่งนี้ เจ้ารู้มากน้อยเพียงใด?”
“ป่าแห่งนี้ เรียกว่าป่าอสูรบรรพกาล”
“ป่าอสูรบรรพกาล?” ชายหนุ่มอยากรู้ว่าเหตุใดป่าแห่งนี้จึงถูกเรียกเช่นนี้
อาหนิวอธิบายว่า “เพราะป่าแห่งนี้สามารถพบอสูรบรรพกาลบางส่วนได้ และอสูรบรรพกาลพวกนั้นว่ากันว่ากลืนกินอสูรปีศาจเพื่อความอยู่รอด ดังนั้นเมื่อพวกมันปรากฏตัวออกมา อสูรปีศาจที่อยู่รอบ ๆ ก็จะหลบซ่อนตัวทันที แต่เมื่อพวกมันออกมากินอสูรปีศาจไปบางส่วนแล้วก็จะหายตัวไป”
“อสูรบรรพกาล? หน้าตาเป็นเช่นไรกัน?”
“ทั่วทั้งร่างเป็นขน ดูแล้วคล้ายกับหมาจิ้งจอก แต่กลิ่นอายของพวกมันมีความเก่าแก่และมีความเร็วสูง เมื่อถูกพวกมันไล่ล่าก็จะถูกพวก