มันกลืนกิน” เมื่ออาหนิวคิดถึงอสูรบรรพกาลเหล่านั้น วิญญาณอสูรของมันก็สั่นสะท้านขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว
ชายหนุ่มได้ฟังก็ได้แต่เอ่ยถาม “เช่นนั้น พวกเจ้าไม่คิดที่จะหนีออกไปจากที่นี่หรือ?”
“พวกเราก็คิด แต่ทุกครั้งเมื่อไปถึงทางออกก็ไม่สามารถออกไปได้ ทำได้เพียงมองผู้คนด้านนอกเข้ามาเท่านั้น” อาหนิวพูดด้วยความหดหู่ใจ
ลู่เฉินตกอยู่ห้วงความคิดของตน จนต้องพึมพำบางอย่างออกมา “อสูรปีศาจที่หลับใหล และยังมีอสูรบรรพกาลพวกนี้ มีความเป็นมาอย่างไรกัน?”
เมื่ออาหนิวเห็นลู่เฉินอยู่ในอาการสับสน จึงเอ่ยยืนยันว่า “พี่ใหญ่ สิ่งที่ข้าพูดเป็นเรื่องจริงทั้งสิ้น”
เมื่อชายหนุ่มได้สติกลับมาจึงตอบกลับ “อีกไม่นาน เมื่อข้าออกไป เจ้าทำตัวให้เล็กลงซะ แล้วตามข้ามา”
“ขอรับ พี่ใหญ่”
จากนั้น ลู่เฉินจึงกลายเป็นเงาวิญญาณสายฟ้าถอยออกมาจากภายในร่างของอสูรตาเดียวนี้ และกลายเป็นร่างปกติเช่นเดิม
เมื่อเห็นลู่เฉินปรากฏตัวออกมา เจี่ยอันจึงคลายกังวล “ศิษย์พี่ลู่ ไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่?”
“ไม่เป็นไร!” ชายหนุ่มตอบกลับ
ฟาเทียนรู้สึกแปลกใจ “ผู้อาวุโส อสูรปีศาจตัวนี้ไม่สามารถทำข้อตกลงกับท่านได้จริงหรือ?”
“ทำเรียบร้อยแล้ว!” เมื่อพูดจบจึงยื่นมือขวาออกมา อาหนิวย่อตัวให้เล็กลงทันทีเพื่อที่จะอยู่บนฝ่ามือของลู่เฉิน จากนั้นใช้ความเร็วปีนขึ้นมาบนไหล่ของชายหนุ่ม
เจี่ยอันเห็นเช่นนั้นจึงพูดขึ้นมาด้วยความสับสน “ท่านทำลายคำสาปได้แล้วหรือ?”
“คำสาป?” ชายห