านสามารถเดินออกไปมองดูรอบ ๆ แล้วจะรู้ว่าระดับการรับรู้มีเพียงไม่กี่สิบก้าวเท่านั้น?”
เมื่อชายหนุ่มคิดถึงยามก่อนหน้านี้ ก็พบว่าจำเป็นต้องเข้าไปใกล้จึงจะสามารถมองเห็นพวกเขาได้ ดังนั้นชายหนุ่มจึงรู้สึกแปลกใจ “เพราะเหตุใดกัน?”
“ความพิเศษของพระราชวังสินธุเหมันต์นี้ไม่มีผู้ใดรู้แน่ชัดว่าเป็นเพราะอันใด และเมื่อเข้าไปยังพระราชวังแล้ว การรับรู้จะยิ่งอ่อนแอลง ส่วนข้าสามารถเป็นดวงตาให้ท่านได้ เพื่อดูสถานการณ์ภายในระยะห้าร้อยก้าว” เจี่ยอันพูดด้วยท่าทางน่าเชื่อถือ
ลู่เฉินไม่ได้รับปากในทันที และเปิด ‘ไข่มุกอาทิตย์อัสดง’ ออกมา แต่มันกลับไม่เกิดผลใด ๆ ขึ้นจริง ๆ ดังนั้นเขาจึงตั้งสติก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “ได้ ข้าจะนำเจ้าเข้าไป แต่เมื่อเข้าไปแล้วเจ้าต้องเชื่อฟังข้า ห้ามทำอันใดโดยไม่ได้รับอนุญาตและห้ามออกห่างจากพวกเราโดยเด็ดขาด”
“แน่นอน!” เจี่ยอันรับปาก
ลู่เฉินจึงพยักหน้าและมองไปยังเจี่ยอัน “ได้ ออกเดินทางกันเถิด”
เจี่ยอันรู้สึกดีใจ จากนั้นจึงเดินตามลู่เฉินออกไปจากชั้นน้ำแข็งนี้ ฉีฉีน้อยและฟาเทียนต่างก็แปลกใจว่าเจี่ยอันผู้นี้พูดสิ่งใดกับลู่เฉิน
ชายหนุ่มค่อย ๆ อธิบายให้ทราบ เจี่ยอันจึงหันไปออกคำสั่งแก่คนของพระราชวังพิทักษ์เหมันต์ก่อนจะก้าวเดินตามลู่เฉินออกไป เพื่อขึ้นไปยังบนไดสูงด้านหน้าด้วยกัน
เมื่อคนทั้งสี่มาถึงจึงได้เห็นบันไดนี้ ทุกขั้นมีความสูงระดับครึ่งคน นั่นหมายความว่า หากต้องการจะขึ้นบันไดก็จำเป็