ครั้งนี้เจ้าคงหนีไม่รอดแล้วสินะ?”
“หนี? จำเป็นด้วยหรือ?” ชายหนุ่มย้อนถาม
“เมื่อไม่กี่วันก่อน เจ้ายังหนีอยู่เลย?”
“ไม่กี่วันก่อนนั้น ข้าแค่ไม่ต้องการให้พวกเขาได้รับบาดเจ็บ” ลู่เฉินมองไปยังฟาเทียนและฉีฉีน้อย
แต่ในมุมมองของพันธมิตรกำจัดมารและคนอื่น ๆ นั้น ลู่เฉินกำลังพูดจาเล่นลิ้นอยู่ โดยเฉพาะหยวนเส่าชิงที่หัวเราะลั่น “เจ้าหนุ่ม มาถึงขนาดนี้แล้วเจ้ายังคิดจะพยายามต่อไปอีกหรือ?”
อวี่ซานเส้าจึงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “เจ้าหนุ่ม ถ้าหากเจ้ายอมแพ้เสียตั้งแต่ตอนนี้ พวกเราอาจจะไม่ฆ่าเจ้า มิเช่นนั้น…”
แต่ชายหนุ่มกลับหัวเราะขึ้นมา
เมื่อคนของพันธมิตรกำจัดมารเห็นว่าอีกฝ่ายยังกล้าหัวเราะ แต่ละคนจึงไม่พอใจ แต่คนของพระราชวังพิทักษ์เหมันต์ต่างก็แปลกใจว่าเหตุใดลู่เฉินจึงนิ่งเฉยได้เพียงนี้ โดยเฉพาะเจี่ยอันผู้นั้นรู้สึกแปลกใจมาก “เขาเป็นเพียงขั้นหลอมแก่นแท้ชัด ๆ เหตุใดจึงไม่เป็นอันใดแม้แต่น้อย?”
ปรมาจารย์สยบมารที่อยู่บนท้องฟ้านั้นไม่อยากเสียเวลาพูดไร้สาระกับลู่เฉินอีกต่อไป เขาจึงรีบนำเม็ดยาสีแดงออกมาอีกครั้ง จากนั้นจึงโปรยลงมา กระแสลมสีแดงเหล่านั้นจึงผ่านเข้าไปภายในเขตแดน
อสูรปีศาจแต่ละตัวเหล่านั้นเริ่มบ้าคลั่งขึ้นมาทันที จากนั้นก็ปล่อยการโจมตีออกมา
จากนั้นทุกคนจึงได้เห็นภาพที่น่าหวาดกลัว เพราะลู่เฉินได้ใช้เคล็ดวิชานักรบสัตว์ร้าย
เคล็ดวิชานักรบสัตว์ร้ายใช้เพื่อต่อต้านอสูรโดยเฉพาะ และยิ่งพลังของอสูรที่โจมต