นนั้น จึงยิ้มพลางเอ่ยว่า “เดิมทีพวกเจ้ามีเจตนาดีสินะ”
“เจตนาดีนั้นไม่นับ พวกเรามีหน้าที่เพียงแค่รักษาตำหนักเหมันต์ คอยป้องกันไม่ให้มีผู้ใดเข้าไปตายภายในนี้ เพราะจริง ๆ แล้ว พระราชวังสินธุเหมันต์นี้นับว่าน่ากลัวมากนัก” มีคนอธิบายออกมาเพิ่มเติม
และยังมีบางคนเอ่ยสำทับว่า “ดังนั้นพวกท่านทั้งสาม รีบออกไปจากที่นี่เถิด”
ฟาเทียนมองไปยังลู่เฉิน
ชายหนุ่มกลับยิ้มพลางมองพวกเขา “พวกเรามีเรื่องบางอย่าง ต้องไปยังพระราชวังสินธุเหมันต์สักครั้ง”
“ศิษย์น้อง เรื่องนี้เป็นไปไม่ได้”
“ศิษย์น้อง ไม่ได้อย่างเด็ดขาด!”
พวกเขาแนะนำด้วยความหวังดี แต่ลู่เฉินได้ตัดสินใจแล้ว จึงไม่ยอมหยุดง่าย ๆ ดังนั้นจึงตัดสินใจเดินหน้าต่อไป พวกเขาจึงทำได้เพียงเปิดทาง แต่เดินไปได้เพียงครึ่งทาง กลับมีเสียงดังออกมาจากภายในชั้นน้ำแข็ง
“ข้าให้พวกเจ้าป้องกันไว้อย่างดีมิใช่หรือ! ไม่ให้ผู้ที่พลังปราณต่ำผ่านเข้ามาได้?” ชายผู้หนึ่งที่อยู่ภายในพูดออกมาด้วยน้ำเสียงตำหนิ
คนเหล่านั้นต่างก็อดพูดขึ้นมาอย่างลำบากใจไม่ได้
บางคนพูดขึ้นว่า “ศิษย์พี่เจี่ย พวกเขาทั้งสามต้องการเข้าไป พวกเราไม่สามารถเกลี้ยกล่อมได้”
ชายหนุ่มภายในห้องจึงทำได้เพียงเดินออกมา
เห็นเพียงชายรูปงามตาบอดเดินออกมา
ถ้ามองให้ดี ดวงตาของชายผู้นี้แตกต่างจากคนทั่วไป เพราะดวงตาทั้งสองข้างเป็นสีน้ำเงิน และมีชั้นน้ำแข็งโปร่งแสงอยู่ ดูราวกับแววตาที่ถูก ‘ปิดผนึก’ ไว้
ฟาเทียนและฉีฉีน้อยมอง