เขาอย่างพิจารณา
ชายผู้นี้เดินไปยังลู่เฉินและพวก โดยหยุดห่างออกมาห้าก้าวก่อนจะพูดขึ้นว่า “ข้าคือเจี่ยอันแห่งพระราชวังพิทักษ์เหมันต์”
เมื่อฟาเทียนเห็นท่าทางสุภาพของอีกฝ่าย จึงพูดขึ้นมาด้วยความสุภาพเช่นกัน “คือว่า พวกเราต้องการไปยังบนภูเขาลูกนั้นจริง ๆ”
“ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากให้พวกท่านไป แต่ข้างบนนั้นอันตรายยิ่งนัก ถ้าหากมีพลังไม่มากพอ ขึ้นไปก็มีแต่จะไปตายเท่านั้น” เจี่ยอันพูดออกมาอย่างลำบากใจ
ฟาเทียนจึงชี้ไปยังลู่เฉิน “ผู้อาวุโสแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก”
เจี่ยอันใช้ ‘ตาบอด’ คู่นั้น มองไปยังลู่เฉิน “เขาเป็นเพียงขั้นหลอมแก่นแท้ อย่าพูดถึงขึ้นไปยังพระราชวังสินธุเหมันต์ แม้แต่บันไดเหล่านี้ก็ไม่สามารถขึ้นไปได้”
“บันไดก็ไม่สามารถขึ้นไปได้?” ฟาเทียนไม่เข้าใจในความหมายนั้น
เจี่ยอันขานรับและตอบกลับ “บันไดนี้ทรงพลังเป็นอย่างมาก ถ้าหากมีพลังต่ำกว่าขั้นแปลงเซียนก็ไม่สามารถขึ้นไปได้”
ฟาเทียนเชื่อในความสามารถของลู่เฉิน ดังนั้นเขาจึงยังคงยืนยันเช่นเดิม “ผู้อาวุโสจะต้องทำได้แน่”
เจี่ยอันพูดด้วยท่าทางจริงจังขึ้นมา “ทุกท่าน อย่าทำให้พวกข้าลำบากใจเลย”
“ไม่ ไม่ได้ตั้งใจทำให้ลำบากใจ” ฟาเทียนส่ายหัวปฏิเสธ
เจี่ยอันยิ่งมีท่าทางจริงจัง “ถ้าหากพวกท่านยังยืนยันที่จะไป พวกเราคงทำได้เพียงสกัดกั้นพวกท่านไว้ด้านนอก ไม่ให้พวกท่านเข้าใกล้!”
ฟาเทียนชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มพลางพูดออกมา “พวกท่านอย่าเป็นเช่นนี้เลย มิเช่นนั้