ยออกไป!” อวี่ซานเส้าไม่ใช่คนดีอะไร จึงเริ่มข่มขู่เจี่ยอัน
เจี่ยอันจึงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ข้าพูดแล้ว ที่นี่เป็นสถานที่ของพระราชวังพิทักษ์เหมันต์ ถ้าหากพวกเจ้าคิดจะก่อความวุ่นวาย ข้าก็ต้องขออภัยที่อาจจะต้องเรียกรวมพลเสียหน่อย”
อวี่ซานเส้าได้ฟังก็มีสีหน้าไม่ดีนัก “เจี่ยตาบอด หรือว่าเพื่อคนนอกแล้ว เจ้ายินดีที่จะมีปัญหากับพันธมิตรกำจัดมารของเรา?”
“พวกเราไม่ได้ทำเพื่อใคร แต่ไม่ว่าผู้ใดก็มาสร้างความวุ่นวายที่นี่ไม่ได้!” เจี่ยอันพูดอย่างมีเหตุผล
อวี่ซานเส้าพูดขึ้นมาด้วยความโมโห “ไม่แปลกที่คนส่วนมากเรียกเจ้าว่าเจี่ยหัวแข็ง!”
“นี่คือกฎ” เจี่ยอันตอบกลับ
อวี่ซานเส้าจึงทำได้เพียงมองไปยังลู่เฉินและพรรคพวก “ทั้งสามท่าน หรือว่าพวกท่านต้องการหลบซ่อนอยู่ภายในนี้?”
เจี่ยอันมองไปยังลู่เฉินและพรรคพวกพลางพูดขึ้นมา “พวกท่านทั้งสาม สามารถอยู่พักผ่อนที่นี่ระยะหนึ่งได้”
คำพูดนี้เข้าใจได้ง่ายนัก นั่นก็คือเจี่ยอันและคนอื่น ๆ ต้องการที่จะปกป้องพวกลู่เฉิน
ฟาเทียนรู้สึกตื่นเต้น เขาจึงมองไปยังชายหนุ่ม “ผู้อาวุโส ตอนนี้เราควรทำเช่นไร?”
ลู่เฉินมองไปยังฟาเทียนและฉีฉีน้อย “พวกเจ้าอยู่ที่นี่เถิด ข้าจะไปจัดการเรื่องน่ารำคาญพวกนี้เอง”
ฟาเทียนและฉีฉีน้อยจึงขานรับและหยุดอยู่ที่นี่ ส่วนลู่เฉินก็ได้เดินออกไป
อวี่ซานเส้าและคนอื่น ๆ ดีใจขึ้นมาทันที
แต่คนของพระราชวังพิทักษ์เหมันต์รู้สึกว่าลู่เฉินกำลังบ้า โดยเฉพาะเจี่ยอันที่