ู่เฉินก็ลืมตาตามขึ้นมา ถือโอกาสรวบรวมสายฟ้า และโจมตีไปยังนักบุญหญิงที่ยังไม่ทันได้ตอบโต้ใด ๆ กลับมา
เงาสีฟ้าของนักบุญหญิงกำลังรู้สึกแปลกใจว่าเหตุใดจู่ ๆ ราชากระดูกภูตจึงปรากฏตัว แต่ใครจะคิดว่าลู่เฉินกลับซุ่มโจมตีจนทำให้นางกรีดร้องดังออกมา และลอยออกไปไกลทันที จากนั้นจึงพูดขึ้นมาด้วยความโมโห “เกิดอันใดขึ้น?”
ลู่เฉินมองไปยังคนทั้งสองที่ได้รับบาดเจ็บโดยฝีมือของตน พลางหัวเราะและพูดขึ้นว่า “นักบุญหญิง นับเป็นครั้งที่เท่าไหร่กันที่เจ้าเจ็บปวดเช่นนี้?”
“เจ้าไม่ได้ถูกแสงวิญญาณสีครามควบคุมหรือ?” นักบุญหญิงราวกับนึกอะไรบางอย่างได้จึงเอ่ยถามพลางจ้องมองไปยังลู่เฉิน
ชายหนุ่มเผยรอยยิ้มชั่วร้าย “เจ้าทายถูกแล้ว”
นักบุญหญิงจึงรู้สึกแทบบ้า “เจ้า เจ้าโกหกข้า!”
เงาสีดำที่อยู่ด้านข้างพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง “เจ้ารีบจัดการเขาให้ข้าซะ มิเช่นนั้น ข้าจะไม่แลกเปลี่ยนใด ๆ กับเจ้า!”
พูดจบ เงาสีดำจึงเข้าไปซ่อนตัวภายในโลงศพสีดำ ราวกับต้องการหลบซ่อนจากบางสิ่ง
นักบุญหญิงรู้สึกกังวลใจ เพราะนางคิดไม่ถึงว่าลู่เฉินจะไม่เป็นอะไร นางจึงยิ่งไม่รู้ว่าควรจะจัดการกับเจ้าหนุ่มผู้นี้อย่างไร ลู่เฉินยกยิ้มพลางมองมายังหญิงสาว “มาเถิด แสดงความสามารถของเจ้าออกมาให้หมด”
เมื่อถูกหลอกมาหลายครั้ง หญิงสาวที่ไร้พลังจึงพูดออกมาด้วยความโมโห “อีกไม่นาน ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปเด็ดขาด!”
เมื่อพูดจบ จู่ ๆ ประตูรอบด้านทั้งสิบบานจึงเปิดออก จากน