ป็นไม่รู้ ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็มีเคล็ดวิชาจำนวนไม่น้อย รวมทั้งการควบคุมเสียงก็มีเพียงเซียนขลุ่ยเท่านั้นที่ทำได้
แต่ตอนนี้อีกฝ่ายกลับไม่ยอมรับ
ลู่เฉินไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพูดว่า “ดูเหมือนว่าข้าต้องจัดการเจ้าก่อน เจ้าถึงจะคุยกับข้าได้”
“ที่นี่ การโจมตีใด ๆ ของเจ้าจะใช้ไม่ได้ผลกับข้า” สตรีนางนั้นพูดอย่างเย่อหยิ่ง
ชายหนุ่มย่อมไม่อยากจะเชื่อ เขาโบกมือ ไม่นานกระบี่กลางอากาศก็ร่วงหล่นลงมาราวกับห่าฝน
สตรีคนนั้นกระโดดลงจากกระบี่ทันทีและลอยอยู่ที่เดิม “ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าควบคุมกระบี่เหล่านี้ได้”
“ถ้าอย่างนั้น เจ้าก็ควรรู้ว่าข้าสามารถจัดการกับเจ้าได้” หลังจากพูดจบ ลู่เฉินก็หยิบธนูเงามารออกมา
“ข้าบอกแล้วว่าการโจมตีของเจ้าใช้ไม่ได้ผลกับข้า ถ้าเจ้าไม่เชื่อข้า เจ้าก็ลองดู”
ลู่เฉินไม่สนใจสิ่งที่นางพูด แต่หลังจากปล่อยให้แมวมารมายาส่งพลังให้ ลูกธนูของลู่เฉินก็บินออกไป
ทว่าก็เกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้น ลูกธนูกระจายออกไปเมื่อเข้าไปใกล้สตรีนางนั้น และสตรีนางนั้นก็ไม่เป็นอะไรแม้แต่น้อย
“น่าสนใจจริง ๆ” ลู่เฉินรู้สึกประหลาดใจ
นางเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ “เป็นอย่างไรบ้าง? ทำไม่ได้หรือ?”
“ดูเหมือนว่ายุทธภพนี้จะมีปัญหาแล้ว”
“ใช่แล้วอย่างไร ไม่ใช่แล้วอย่างไร?” นางพูดอย่างไม่พอใจนัก
“ถ้าเป็นเช่นนั้น ข้าจะทำลายยุทธภพนี้”
นางคิดว่าลู่เฉินล้อเล่น จึงแหย่ว่า “ทำลายมันทิ้งซะ? ดูเหมือนว่านางจะไม่รู้จริง ๆ ว่าโลกนี้น่ากลัวเพียง